งนั้น เห็นได้ชัดว่ายังคงต้องการยาเม็ดนั้น ดังนั้นมันจึงพูดอย่างกระวนกระวายใจว่า “ยานั่น ข้าขออีกเม็ดได้หรือไม่?”
“เจ้ายังต้องการอีก?”
“ข้า ข้าอยากเจอพี่หญิงใหญ่อีกครั้ง”
ลู่เฉินก็คิดเช่นนั้น แต่ยาเม็ดนี้กินได้แค่หนึ่งครั้งและต้องเว้นระยะ ลู่เฉินจึงขมวดคิ้วและพูดว่า “ในระยะเวลาสองสามปี เจ้ากินยาเม็ดนี้ได้มากสุดหนึ่งเม็ดเท่านั้น หากเจ้ากินเม็ดที่สองเข้าไป เจ้าจะกลายเป็นคนโง่”
อสูรรกร้างตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะไม่ได้พบนางอีกหรือ”
“อย่ารีบร้อน ข้ากำลังตามหานางอยู่เหมือนกัน” ลู่เฉินอธิบาย ในขณะที่อสูรรกร้างรู้สึกหดหู่ใจ “เจ้าหาไม่เจอหรอก”
“เพราะเหตุใด?”
“พี่หญิงใหญ่บอกว่านางอาจจะหายไปแสนนาน” อสูรรกร้างพูดอย่างเศร้าสร้อย
“แล้วนางบอกเจ้าหรือไม่ว่านางไปที่ไหน?”
“นางบอกว่านางกำลังจะไปที่ที่ห่างไกล”
ลู่เฉินรู้สึกงุนงง “ไม่ได้บอกว่าจะกลับมาเมื่อไหร่หรือ?”
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง อสูรรกร้างก็พูดว่า “นางบอกว่านางจะกลับมาเมื่อต้นไม้นั้นผลิบาน”
“ต้นไม้อะไร มันอยู่ที่ไหน?” ลู่เฉินสงสัย ในขณะที่อสูรรกร้างชี้ไปที่ไกล ๆ “มีตำหนักอยู่แห่งหนึ่ง ในนั้นมีต้นไม้อยู่”
“พาข้าไปดูที”
เมื่อเห็นว่าลู่เฉินดูเหมือนจะมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับพี่หญิงใหญ่ อสูรรกร้างจึงลุกขึ้นพาลู่เฉินเดินไปทางหนึ่ง ส่วนลู่เฉินก็ปลดเขตกั้นและเดินตามไปด้วยกัน
ระหว่างทาง ลู่เฉินพลันถามด้วยความสงสัยว่า “เจ้าจับคนเหล่