ับภูเขาขนาดย่อม และขนาดนอนหมอบ ตัวมันก็ดูราวกับวัวอย่างไรอย่างนั้น”
ลู่เฉินรู้ว่าคำอธิบายพวกนี้ไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย ดังนั้นเขาจึงได้แต่ถามต่อไปว่า “ถ้าอย่างนั้นก็พูดมาเถิดว่ามันมักจับผู้ใด”
“มันเชี่ยวชาญในการจับผู้ที่มีขั้นพลังอ่อนแอ อย่างเช่นผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐาน และยังจับไปแต่ผู้หญิงเท่านั้น”
“ผู้หญิง?” ลู่เฉินงงงวย
“อืม”
ลู่เฉินรู้สึกแปลก ๆ จึงถามว่า “เจ้าเคยพูดมาก่อนว่าเมื่อคนนอกเข้าไป พวกเขาจะไม่กลับมาอีกเลย เช่นนั้นไม่ใช่ว่ามารตนนี้จัดการทั้งหญิงและชายหรือ?”
“บางทีผู้ชายพวกนั้นอาจเดินเข้าไปเอง ดังนั้นไม่ถือว่าถูกจับไป มากสุดก็นับว่าเป็นความผิดพลาด” ผู้อาวุโสสวีอธิบาย
“ตัวอย่างเช่นที่เจ้าล่อลวงข้าไปที่นั่น?” ลู่เฉินมองไปที่ผู้อาวุโสสวีด้วยรอยยิ้ม
ผู้อาวุโสสวีตกใจจนขวัญกระเจิง จากนั้นจึงรีบขอโทษ “ข้า… ข้าไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นจริง ๆ”
“บอกข้ามาสิว่าพวกเจ้าหลอกมากี่คนแล้ว”
ส่วนผู้อาวุโสสวีก็ตอบอย่างอาย ๆ ว่า “ทุกปี เจ้านั่นจะออกมาจับกุมผู้หญิงที่อยู่ขั้นสร้างรากฐาน ซึ่งทำให้ศิษย์หญิงของพวกเราตื่นตระหนก ดังนั้นคนในสำนักจึงออกความคิดล่อคนนอกให้เข้าไป จากนั้นก็จะเลื่อนเวลาออกไปได้หนึ่งปี”
“เลื่อน?”
“ใช่ ขอแค่คนกลุ่มหนึ่งเข้าไป มันจะถูกเลื่อนออกไปหนึ่งปี ดังนั้น…” ผู้อาวุโสสวีดูกระดากอาย
ลู่เฉินยิ้มอย่างมีเลศนัย “สำนักกู่หวงของเจ้าช่างชั่วร้ายจริง ๆ”
“ศิษย์น้อง พวกเราทำเพื่อปกป้