ซือมองตามแผ่นหลังของลู่เฉินที่กำลังเดินออกไป ในใจก็พึมพำไปด้วยว่า “ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้ก่อนจะไปพบท่าน!”
…
ลู่เฉินไม่รู้ว่าหลี่ว์ซือนั้นคิดอะไร เขาเพียงหันหลังและมุ่งตรงออกจากป่าหินไป …และออกมายังภายนอก
ขณะเดียวกัน บรรดาศิษย์ของสำนักกู่หวงที่ยังคงคอยลาดตระเวนอยู่รอบ ๆ โดยมีชายร่างใหญ่ที่แขนหักซึ่งตอนนี้แขนถูกพันด้วยผ้าขาวและห้อยไว้ที่ลำคอก็เดินอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย พวกเขาพากันพูดขึ้นว่า “พวกเจ้าคิดว่าสองคนนั้นจะมีชีวิตรอดออกมาหรือไม่?”
“ผ่านไปห้าวันแล้ว ข้าคิดว่ายาก!” มีคนพูดติดตลกขึ้นมา
แต่บางคนกลับถอนหายใจ “ไม่ว่าจะออกมาหรือไม่ ผู้อาวุโสสวีก็สั่งให้พวกเราเฝ้าอยู่ที่นี่!”
เมื่อมีคนได้ยินดังนั้น พวกเขาก็พลันพร่ำบ่นออกมา “เช่นนั้นถ้าหากพวกเขาตายอยู่ด้านใน พวกเราไม่ต้องคอยลาดตระเวนเช่นนี้ไปตลอดชีวิตหรือ?”
ประโยคดังกล่าวทำให้ผู้คนในกลุ่มต่างก็ทำอะไรไม่ถูก โดยเฉพาะชายร่างใหญ่ที่ดูจะหดหู่ใจเป็นอย่างมาก
ขณะนั้นเอง หนึ่งในพวกเขาพลันเห็นว่ากลางป่าหินมีเงาของคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้น จึงร้องตะโกนออกมาว่า “ดูนั่น… มี… มีคน!”
ทุกคนรีบมองไปทันที ก่อนที่สายตาจะปะทะเข้ากับร่างของลู่เฉินพอดี!
แต่ในครานี้… ไม่มีใครกล้ามองลู่เฉินอย่างดูถูกอีกแล้ว!
โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาหวนนึกถึงเถาวัลย์นั่น!!
ว่าแล้วพวกเขาก็พากันถอยหนีด้วยความหวาดกลัวทันที ส่วนชายร่างใหญ่คนนี้… เขากลับแสดงท่าทีตื่นกลัวกว่าใครเพื่อน รีบ