กันตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาบนมหาทวีปจิ่วโหยวนี้!”
“ตั้งกฎเกณฑ์?” ลู่เฉินสงสัยว่ามันคือกฎเกณฑ์อันใด
หลันหยาพยักหน้า “ก็คือไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนสำนักใดก็ตาม ไม่อนุญาตให้รับผู้ฝึกฝนวิถีมารใด ๆ เด็ดขาด และหากเป็นไปได้ เมื่อพบเห็นผู้ฝึกวิถีมาร ต้องฆ่าให้สิ้น! หรือไม่ก็จับตัวและมอบให้พันธมิตรกำจัดมาร!”
“พันธมิตรกำจัดมาร?”
“ใช่ พันธมิตรกำจัดมาร พวกนั้นกระจายอยู่ทั่วมหาทวีปจิ่วโหยวเลยทีเดียว”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่เฉินก็พยักหน้ารับรู้ ทว่าในใจยังคงมีข้อสงสัยบางอย่าง “เช่นนั้นสำนักมารของพวกเจ้า เหตุใดจึงไม่ถูกพวกเขาทำลาย?”
หลันหยาฝืนยิ้มออกมา “ผู้ฝึกฝนวิถีมารนั้นมีจำนวนไม่น้อย ดังนั้นพวกมันจึงพุ่งเป้าไปยังสำนักมารที่มีความเก่งกาจ หรือไม่ก็ผู้ฝึกวิถีมารที่เก่งกาจ ดังนั้นจึงไม่ทำอันใดกับสำนักมารราตรีของพวกเรา!”
เมื่อลู่เฉินเข้าใจแล้วจึงพูดต่อไปว่า “หมายความว่าสำนักมารราตรีของพวกเจ้า ยังไม่เข้าตาผู้อื่น!”
“ประมาณนั้น” หลันหยาตอบกลับด้วยความรู้สึกขมขื่น
ลู่เฉินจึงคลี่ยิ้มออกมาแล้วเอ่ยว่า “จงกลับไปบอกเจ้าสำนักของพวกเจ้าว่า หากต้องการให้ข้าช่วยหลือก็ย่อมได้ แต่มีเงื่อนไขอย่างหนึ่ง”
“ได้โปรดบอกข้ามา!”
ลู่เฉินจึงเอ่ยว่า “การที่เถียนอวิ๋นเมิ่งแปลงกายเป็นหนานกงมู่ได้นั้น มันไม่ใช่เคล็ดวิชาการแปลงกายทั่วไปที่คนธรรมดาจะทำได้ ดังนั้นพวกเจ้าต้องหาคนผู้นี้ให้พบ …แล้วบอกข้าว่าผู้ใดทำให้นาง!”
“ได้ ข้าจะกลับไปบอกตาม