่เฉินก็ลืมตาขึ้นและยิ้มออกมา
หลี่ว์ซือมองไปที่ลู่เฉินอย่างสงสัย “พบแล้ว?”
“ใช่ ไปเถอะ ตามข้ามา และอย่าแตะต้องสมุนไพรรอบ ๆ”
“ได้!” เมื่อรู้ว่าสมุนไพรเหล่านี้ไม่ธรรมดา หลี่ว์ซือก็ไม่กล้าแตะต้องมัน และเดินตามลู่เฉินขึ้นไปบนภูเขาจากเส้นทางเล็ก ๆ
หนึ่งเค่อต่อมา พวกเขาก็มาถึงยอดเขาและได้เห็นชายในชุดคลุมสีฟ้าคนนั้น
เห็นได้ชัดว่าชายในเสื้อคลุมสีฟ้าสัมผัสได้ถึงพวกลู่เฉิน อีกฝ่ายจึงพูดทั้ง ๆ ยังที่หลับตาว่า “ดูเหมือนว่าความเข้าใจเรื่องสมุนไพรของเจ้าจะไม่อ่อนแอเลย!”
“เจ้าเป็นใคร? เหตุใดจึงใช้คนส่งเคล็ดวิชาแพทย์วิถีมารนั่นให้ข้า!” ลู่เฉินถามทันทีที่เห็นอีกฝ่าย
ชายคนนั้นตอบว่า “ข้าแค่ช่วยใครบางคนส่งข้อความเท่านั้น”
“ใครบางคน?” ลู่เฉินขมวดคิ้ว สงสัยว่าเป็นคนที่เขารู้จักมาก่อนหรือไม่
ทว่าคนผู้นี้กลับกล่าวว่า “แต่ก่อนที่จะพูดออกไป ข้าจำต้องลองดูเสียก่อนว่าเจ้ามีคุณสมบัติพอที่จะรับมันหรือไม่ ดังนั้นจึงให้แผ่นหินนั้นกับคนของสำนักเก้าสุขสงบไป”
“เจ้าต้องการทดสอบข้าด้วยแผ่นหินนั่น?”
“ใช่ นั่นเป็นเพียงการทดสอบครั้งแรกเท่านั้น”
เมื่อลู่เฉินได้ยินเช่นนี้ เขาก็พลันสังหรณ์ถึงลางร้าย เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายในชุดคลุมสีฟ้าหยิบเม็ดยาออกมาแล้วสะบัดไปด้านข้างลู่เฉิน ส่งกลุ่มควันฟุ้งกระจายจนลู่เฉินและหลี่ว์ซือจมเข้าสู่ม่านหมอก
หลี่ว์ซือตกใจ “นี่มัน…” ทันทีที่พูดจบ หลี่ว์ซือก็หมดสติล้มพับไป
เห็นได้ชัดว่าหมอกนี้มีฤ