่อน “ถึงตาเจ้าแล้ว!”
“ข้า?”
“ในฐานะเจ้าสำนัก เจ้าควรเพิ่มขั้นพลังให้มากกว่านี้”
ปิงหลิวหลีกล่าวอย่างขัดเขินว่า “ข้าอยู่ในขั้นก่อกำเนิดระดับสมบูรณ์พร้อมแล้ว หากอยากเพิ่มพลังคงต้องพึ่งโอกาส หรืออาจจะต้องรออีกหนึ่งหรือสองพันปี”
“ถ้าเจ้าไม่พบข้า อาจใช้เวลาหนึ่งหรือสองพันปี แต่เมื่อพบข้า ข้าจะสร้างโอกาสให้เจ้าเอง” หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็พาปิงหลิวหลีกลับไปที่ถ้ำเก้าสุขสงบ
ระหว่างทางเข้าไปในถ้ำสุขสงบ ปิงหลิวหลีมองแผ่นหลังของลู่เฉินสักพักแล้วถามขึ้นมาว่า “ข้ามีคำถาม ถามได้หรือไม่?”
“พูดมา”
“เจ้าคือจอมมารผู้ยิ่งใหญ่เมื่อหนึ่งแสนปีก่อนใช่หรือไม่” ในที่สุดปิงหลิวหลีก็อดไม่ได้ที่จะถาม
ลู่เฉินเพียงยิ้มเล็กน้อยแล้วถามกลับไปว่า “คำถามนี้สำคัญมากหรือ?”
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของลู่เฉิน ปิงหลิวหลีก็ตกใจ “เจ้าคือเขาจริง ๆ งั้นหรือ?”
“ถ้าเจ้าคิดว่ามันใช่มันก็ใช่ หากไม่ใช่มันก็ไม่ใช่”
เมื่อปิงหลิวหลีได้ยินเช่นนี้ นางก็สามารถสรุปได้ว่าลู่เฉินคือจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ตนนั้น ทำให้ใบหน้าของนางเริ่มซีดเผือด ขาของนางก็เริ่มอ่อนแรง ราวกับว่าตนเองได้พบเจอเข้ากับสิ่งที่น่ากลัวอย่างไรอย่างนั้น
ลู่เฉินยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “อันใด? เจ้ากลัวแล้วหรือ?”
“ไม่ ไม่กลัว แค่นิดหน่อย…” ปิงหลิวหลีไม่รู้จะพูดอันใดดีเพราะนางตกใจอย่างมาก
ลู่เฉินยิ้ม “อย่าคิดมาก”
“ผู้ ผู้อาวุโส… เจ้า” ปิงหลิวหลีพูดตะกุกตะกัก แต่ลู่เฉินกลับแทรกขึ้นเสียก