ครั้นเห็นว่าทุกคนยังไม่มี ‘แรงจูงใจ’ กู่ทงจึงสั่งอย่างเคร่งขรึมว่า “ใครไม่ไป คนผู้นั้นจะได้เห็นดีกัน!”
ทุกคนต่างพากันหวาดกลัว เพราะอย่างไรกู่ทงก็เป็นคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นพวกเขาจึงมองหน้ากัน ก่อนจะเป็นเยว่เซียวที่เอ่ยขึ้นว่า “สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของข้าอยู่ใกล้กับสำนักเก้าสุขสงบ ข้าสามารถไปตรวจสอบแทนทุกท่านได้”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนี้ พวกเขาก็รู้สึกว่าดียิ่งนัก และพากันบอกให้ทำตามนั้น โดยให้สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์นำไปก่อน
ทางด้านเยว่เซียว เขาก็กำลังคิดกับตัวเองว่าการที่มีสำนักมากมายให้การสนับสนุนเช่นนี้ แม้ว่าสำนักเก้าสุขสงบจะมีลู่เฉิน ทว่าคนพวกนั้นก็คงไม่อาจต้านทานกับคนจำนวนมากได้!
ทางด้านกู่ทง เขารู้สึกชื่นชมเยว่เซียวยิ่งนักกับการเสนอตัว ดังนั้นจึงกล่าวว่า “ดี เช่นนั้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า พวกเราจะมารวมตัวกันใกล้กับสำนักเก้าสุขสงบ และพร้อมที่จะบุกโจมตี!”
ทุกคนพยักหน้าและทยอยจากไป
เยว่เซียวจากไปพร้อมกับผู้คนจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์และสำนักพฤกษาสวรรค์
หลังจากที่ทุกคนบนยอดเขาเต๋าเมฆาออกไปแล้ว เสี่ยเจี้ยนก็ปรากฏตัว หลังจากมองไปรอบ ๆ เขาก็ขมวดคิ้วแล้วหยิบกระจกออกมา
ภาพในกระจกได้สะท้อนร่างหนานกงมู่ที่กำลังโมโห นางถามขึ้นมาว่า “เป็นอย่างไรบ้าง สถานการณ์เป็นเช่นไร?”
เสี่ยเจี้ยนจึงหันกระจกออกไปให้หนานกงมู่เห็นความยุ่งเหยิงในที่เกิดเหตุ
ใบหน้าของหนานกงมู่พลันกลายเป็นไม่น่ามองอย่างยิ่