ึ้นมาอีกครั้ง “ถ้าเจ้าไม่อยากตาย จงรีบออกไปซะ มิฉะนั้นไฟพวกนี้ก็เพียงพอที่จะคร่าชีวิตเจ้าแล้ว!”
ลู่เฉินไม่พูด และเขายังคงเดินต่อไป
หญิงสาวต้องการเกลี้ยกล่อมต่อ แต่เมื่อนางพบว่าลู่เฉินไม่ได้รับผลกระทบจากเปลวไฟเหล่านี้ก็ถึงกับตะลึง…
“นี่… เป็นไปได้อย่างไร?” น้ำเสียงของนางฟังดูตกใจ ส่วนลู่เฉินก็มาถึงหน้าเงาร่างที่ถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ตรวนแล้ว
เขาเห็นหญิงสาวในชุดเกราะสีดำ ใบหน้าของนางซีดเผือด และขณะเดียวกัน เปลวไฟที่ล้อมรอบอยู่ก็แทรกเข้าไปในร่างกายของนางเป็นครั้งคราว ทำให้นางมีสีหน้าที่ดูไม่ได้
ลู่เฉินไม่รู้จักหญิงสาวคนนี้ แต่รูปร่างหน้าตาของนางงดงามยิ่งนัก ราวกับนางฟ้าลงมาจุติก็ไม่ปาน
ลู่เฉินรู้สึกฉงนใจทันทีว่าเหตุใดนางถึงได้มาอยู่ที่นี่? และเหตุใดนางถึงได้ถูกขังอยู่ที่นี่?
“เจ้าเป็นใคร และเหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่?” ลู่เฉินถาม
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้” เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวคนนี้ไม่อยากพูดอันใดมาก แต่ลู่เฉินกลับจ้องเขม็งและพูดว่า “เปลวไฟเหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับร่างกายของเจ้า หากเจ้าไม่จัดการ อีกไม่กี่ปีการบ่มเพาะของเจ้าก็จะถูกกำจัดจนหมดสิ้น!”
หญิงสาวคนนั้นตกตะลึงทันที
“ถ้าเจ้าไม่อยากตาย ก็จงบอกทุกอย่างให้ข้าฟัง”
หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่นางจะยอมเอ่ยว่า “ข้าชื่อโอวหยางเสวี่ย”
ลู่เฉินพยักหน้าและถามต่อว่า “เหตุใดเจ้าถึงติดอยู่ที่นี่?”
โอวหยางเสวี่ยพลันอธิบายว่า “ข้าทำผิดกฎบางอย่างของแด