นศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด ข้าจึงถูกขังอยู่ที่นี่เพื่อรับการลงโทษ!”
“โอ้? แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด?”
“ใช่!”
ลู่เฉินได้ยินเช่นนั้นก็ชี้ไปที่ขิมโบราณที่อยู่เหนือศีรษะ “เหตุใดมันถึงอยู่ที่นี่?”
“ขิมเพลิงโบราณหรือ?” โอวหยางเสวี่ยเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย
“ใช่”
“แดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราได้มาจากผู้อาวุโสท่านหนึ่ง”
“โอ้ ได้มาจากที่ใด?” ลู่เฉินถามด้วยความสงสัย แต่โอวหยางเสวี่ยผู้นี้ลังเล “คำถามนี้ ข้าไม่รู้จริง ๆ”
ลู่เฉินขมวดคิ้ว “แล้วใครได้มา เจ้ารู้หรือไม่?”
“ประมุขอาวุโสศักดิ์สิทธิ์”
เมื่อลู่เฉินพยักหน้าเข้าใจ เขาก็ยื่นมือออกไป ก่อนที่ขิมโบราณจะร่อนลงมาบนมือของลู่เฉิน
ชายหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งถือเอาไว้อย่างดี ส่วนมืออีกข้างลูบไล้มัน เวลานี้ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงก่ำเล็กน้อย เขาบ่นพึมพำในใจว่า “ท่านอาจารย์…”
จากนั้นจิตวิญญาณของลู่เฉินก็แทรกซึมเข้าไป แต่เขาก็ต้องพบว่าจิตวิญญาณของสมบัติชิ้นนี้ได้หายไปแล้ว!
สมบัติวิญญาณที่ไม่มีจิตวิญญาณย่อมไร้ประโยชน์
สิ่งนี่ทำให้ลู่เฉินตกใจ “จิตวิญญาณของศาสตราวุธนี้ไปไหนแล้ว?”
หลังจากได้ยินคำพูดของลู่เฉิน โอวหยางเสวี่ยก็พูดว่า “น่าจะถูกแดนศักดิ์สิทธิ์ผนึกเอาไว้”
“เพราะเหตุใด?”
“ว่ากันว่าจิตวิญญาณตนนี้คลุ้มคลั่ง ทำให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่สงบอยู่ทุกวัน และในที่สุดประมุขอาวุโสศักดิ์สิทธิ์ก็ร่วมมือกับผู้อื่นผนึกมันไว้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลู่เฉินก็มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้