โยคนี้เข้าไป หนานเหยาก็โกรธเสียจนพูดอะไรไม่ออก
ไม่เพียงเท่านั้น นักพรตเทียนหลงแห่งพรรคหมื่นเต๋าก็ยังถือแส้หางม้าเดินตามเข้ามา ปากก็เอ่ยเย้ยหยันว่า “เจ้าหนุ่มนั่น… เขาไม่มีทางที่จะมีชีวิตกลับมาได้!”
ผู้คลั่งไคล้เต๋าหรือนักพรตฉือเนี่ยนลุกขึ้นเพื่อวางแผนที่จะไปดู
ทว่ากลับมีคนขึ้นมาบนยอดเขาโดยไม่คาดคิด และคนผู้นี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น… นอกเสียจากลู่เฉินที่ร่างไร้รอยขีดข่วนใด ๆ!
หนานเหยาดีใจมาก “ท่านอาจารย์”
จากนั้นนางก็รีบวิ่งไป ในขณะที่เจี่ยลัวถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ส่วนหัวเหล่าซานและนักพรตเทียนหลงนั้น สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก พวกเขาฉงนสงสัยนักว่าลู่เฉินรอดชีวิตมาได้อย่างไร?
“ท่านอาจารย์ ท่านเป็นอะไรหรือไม่?” หนานเหยาถามอย่างเป็นห่วง แต่ลู่เฉินเพียงส่งยิ้มให้แล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่เป็นไร”
หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็เดินไปหาเจี่ยลัวและหยิบขวดเล็ก ๆ ซึ่งเป็นขวดปิดผนึกวิญญาณออกมา “วิญญาณของฟางหมิงอยู่ข้างในนี้”
“อันใดนะ?” ทุกคนตกใจ
เจี่ยลัวที่ถือขวดมือสั่นสะท้านทันที “นี่…”
“เขาระเบิดตัวเอง ดังนั้นข้าจึง ‘บังเอิญ’ เก็บวิญญาณของเขามาได้” ลู่เฉินยิ้ม ในขณะที่หัวเหล่าซานกับนักพรตเทียนหลงขนลุกและหวาดกลัวมากเสียจนรีบถอยห่าง
ทางด้านหนานเหยา เมื่อนางได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจมาก นางรีบกล่าวฟ้องทันทีว่า “ท่านอาจารย์ ท่านไม่รู้หรอกว่าเมื่อครู่นี้พวกเขาหยิ่งยโสเพียงใด!”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ ลู่เฉินก็ยิ้