พียงอึดใจต่อมา ลวี่ซ่างเพียวก็พลันรู้สึกถึงพลังแปลกประหลาดรอบวิญญาณก่อกำเนิดของเขา
หลังจากสัมผัสได้ว่าพลังนั้นไม่ธรรมดา ลวี่ซ่างเพียก็ตกใจยิ่งนัก “เจ้าอยู่ขั้นสร้างรากฐาน เหตุใดเจ้าถึงมีพลังประหลาดเช่นนี้ได้?!”
ลู่เฉินไม่ตอบ กระทั่งผ่านไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มก็ชักมือออกมาด้วยรอยยิ้ม “อักขระยันต์หุ่นเชิด”
“อันใดนะ?” ดวงตาของลวี่ซ่างเพียวเบิกกว้าง ทว่าลู่เฉินก็เพียงมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “นี่คือสิ่งที่ข้าต้องการให้เจ้า”
ลวี่ซ่างเพียวตกตะลึง เขาคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินที่เป็นผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานจะรู้จักอักขระยันต์หุ่นเชิด!!
เมื่อจัดการธุระเรียบร้อย ลู่เฉินก็เอ่ยปากไล่อีกฝ่ายที่ยังคงตกตะลึง “เอาล่ะ เจ้าไปได้แล้ว”
ลวี่ซ่างเพียวตกใจ และเมื่อตั้งสติได้ เขาก็รีบวิ่งจากไปทันที
ทว่าเสียงของลู่เฉินกลับดังขึ้นจากอักขระยันต์หุ่นเชิด “ที่ข้าให้เจ้ามีชีวิตอยู่ เพราะข้าต้องการให้เจ้าทำสิ่งหนึ่ง”
ลวี่ซ่างเพียวที่กำลังวิ่งหนี จู่ ๆ ได้ยินเสียงจากในร่างกายของตนเอง จึงเอ่ยออกมาด้วยความตื่นตระหนก “เจ้า… เจ้าต้องการให้ข้าทำสิ่งใด?!”
“หลังจากที่เจ้ากลับไปที่สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์แล้ว จงตรวจสอบผู้คนในสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ให้ข้า”
“ตรวจสอบพวกเขางั้นหรือ?” ลวี่ซ่างเพียวไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร แต่หลังจากที่ลู่เฉินอธิบายแล้ว ลวี่ซ่างเพียวผู้นี้ก็ทำได้แค่ต้องตกลงแม้จะรู้สึกลนลานไม่น้อย
ลู่เฉินยังคงยืนยิ้มอยู่ท่าม