พบ!”
ทุกคนพลันมองหน้ากัน แม้แต่ผู้คนที่ดูอยู่รอบ ๆ ต่างก็ประหลาดใจ “โหย่วหลงผู้นี้ มองหาเจ้าหนุ่มผู้นั้นทำไมกัน?”
โหย่วหลง ผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดอันดับหนึ่งของวังเหมันต์สงัด ครั้งนี้เขาเป็นผู้นำคนของวังเหมันต์สงัดที่มาร่วมงานประลอง
และเพราะความแข็งแกร่งของคนผู้นี้ ฝูงชนโดยรอบจึงฉงนใจยิ่งนัก ว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงมุ่งตรงมาคล้ายหมายหัวลู่เฉินไว้แล้ว!
…การกระทำเช่นนี้ทำให้ผู้คนต่างคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา
แม้แต่คนของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์เอง พวกเขาต่างก็หันมามองด้วยความสนใจเช่นกัน
ลู่เฉินค่อย ๆ ลืมตาขึ้น และเมื่อเห็นอีกฝ่าย เขาก็พลันเผยยิ้มออกมา “มีอันใด? ต้องการแก้แค้นงั้นหรือ?”
“หากประสงค์จะแก้แค้นเจ้า ยังต้องให้ข้าลงมือหรือ?” โหย่วหลงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่ทุกคนฟังแล้วต่างรู้สึกสับสน
ลู่เฉินยิ้ม “เช่นนั้นเจ้ามาทำอันใด? มายั่วยุข้าหรือ?”
“ข้าเพียงอยากให้เจ้ารู้ไว้ว่า การมีปัญหากับคนของวังเหมันต์สงัดจะทำให้เจ้าไม่ตายดี”
ทุกคนต่างคิดว่าลู่เฉินจะต้องหวาดกลัวเป็นแน่ แต่ลู่เฉินกลับตอบโต้ไปว่า “เจ้าอยากให้วังเหมันต์สงัดของพวกเจ้าพังทลายแบบคราวก่อนหรือไร?”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ทุกคนต่างก็ตกตะลึง มีบางคนถึงขนาดคิดว่าตนเองหูฝาดหรือไม่ และเอ่ยถามอย่างแปลกใจว่า “เขาพูดว่าอันใดนะ?”
“พูดว่าต้องการให้วังเหมันต์สงัดพังทลาย”
“นี่มันบ้าเกินไปหรือเปล่า”
“ใช่ วังเหมันต์สงัดเป็นสำนักอันดับหนึ่งภายใต้สามดินแด