นศักดิ์สิทธิ์”
“ช่างหยิ่งยโสเสียจริง!”
ขณะนั้น ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างรู้สึกว่าลู่เฉินนั้นบ้าบิ่นเกินไป แม้กระทั้งปิงหลิวหลียังรู้สึกตกตะลึง เพราะนางรู้ถึงความแข็งแกร่งของวังเหมันต์สงัดแห่งนี้ดี!
ทว่าลู่เฉินดูไม่สนใจอันใดทั้งสิ้น สายตาของโหย่วหลงจึงฉายความเย็นชาขึ้นมา “เช่นนั้นเจ้าจงรอข้าให้ดี!”
ครั้นพูดจบ โหย่วหลงก็นำคนของวังเหมันต์สงัดหมุนตัวออกไปจากตรงนี้ทันที
หลังคนพวกนั้นจากไปไกลได้ระยะหนึ่ง หนานเหยาก็หันมาพูดด้วยความตื่นเต้น “ท่านอาจารย์ ท่านกล้าหาญยิ่งนัก!”
ส่วนโจวอวี๋รู้สึกสงสัย “ผู้อาวุโส แม้แต่วังเหมันต์สงัด ท่านยังกล้าต่อกรงั้นหรือ?”
ทางด้านหลี่ว์ซือและเจี่ยลัวนั้น ทั้งคู่ไม่ได้เอ่ยอันใด
ทว่าไม่ใช่กับปิงหลิวหลีที่ถามขึ้นว่า “เหตุใดท่านถึงคิดยั่วยุวังเหมันต์สงัด?”
“วังเหมันต์สงัด…” ลู่เฉินแสยะยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอันใดต่อ และค่อย ๆ หลับตาลง
นี่จึงทำให้ปิงหลิวหลีและคนอื่น ๆ ยิ่งอยากรู้มากขึ้น!
ทันทีที่หลับตาลง ลู่เฉินพลันใช้ ‘วิชาหมื่นวิญญาณ’ เพื่อสัมผัสถึงสถานการณ์รอบ ๆ ลานเต๋าเมฆาแห่งนี้
ขณะนั้นเอง ซือตู๋เทียนแห่งสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ก็กลับออกมาแล้ว แต่เขากลับไม่ได้ออกมาในสิบอันดับแรก
เยว่เซียวจึงรู้สึกกังวลเล็กน้อย “เหตุใดเจ้าถึงออกมาช้าเช่นนี้?”
“ข้าตั้งใจจะแอบซ่อนความสามารถไว้เสียหน่อย” ซือตู๋เทียนกล่าว
เยว่เซียวที่ได้ฟังดังนั้นจึงสบายใจขึ้นมา ก่อนที่ซือตู๋เทียนจะเอ่ยถามด้วยคว