ามสงสัย “ชายหนุ่มผู้นั้นไม่เข้าร่วมหรือ?”
เยว่เซียวพูดอย่างรู้สึกเสียดายเล็กน้อยว่า “ถึงแม้เขาจะไม่เข้าร่วม แต่หากเผชิญหน้ากับคนของสำนักเก้าสุขสงบ เจ้าเพียงจัดการมันผู้นั้นเสีย เพียงเท่านี้ก็นับว่าน่าพอใจแล้ว”
ซือตู๋เทียนรู้สึกเสียดาย “แบบนี้มันไม่น่าสนใจสักนิด!”
“เช่นนั้นรอให้พวกมันออกจากยอดเขาเต๋าเมฆานี้ไปเสียก่อน เมื่อถึงเวลานั้นเราค่อยลงมือ!” เยว่เซียวพูดด้วยความมั่นใจ แต่ซือตู๋เทียนกลับมองไปยังเยว่เซียว “ท่านบอกว่าคนในแดนศักดิ์สิทธิ์จะร่วมมือด้วยไม่ใช่หรือ?”
“หนานกงมู่บอกว่า นางจะหาคนในแดนศักดิ์สิทธิ์มาช่วย แต่จะช่วยเช่นไร ข้าก็ไม่สามารถรู้ได้” แม้แต่เยว่เซียวก็ยังไม่รู้เท่าใดนัก ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่ส่ายหัว
และขณะนั้นเอง กู่ทงที่ยืนอยู่ตรงนั้นราวกับว่าได้รับสารอะไรบางอย่าง จึงมองไปยังเจ้าหน้าที่ข้าง ๆ แล้วถามว่า “ออกมากี่คนแล้ว?”
“ใกล้จะครบหนึ่งร้อยคนแล้วขอรับ”
“เมื่อถึงคนที่เก้าสิบเก้า จงหยุด”
“เก้าสิบเก้าหรือขอรับ?”
“ใช่!”
เจ้าหน้าที่คนนั้นไม่เข้าใจแต่ก็ยังคงทำตาม และเมื่อคนที่เก้าสิบเก้าออกมา กู่ทงก็พลันประกาศต่อหน้าทุกคนว่า “งานประลองรอบนี้จบลงแล้ว!”
แต่ผู้คนที่อยู่มองดูอยู่นั้นไม่เข้าใจ บางคนจึงเอ่ยถามขึ้นมาว่า “ผู้อาวุโส ต้องเป็นหนึ่งร้อยคนไม่ใช่หรือ?”
“หนึ่งร้อยคน แต่มีคนได้สิทธิพิเศษมาหนึ่งคน เขาอยู่ทางนั้น” กู่ทงชี้นิ้วไปทางสำนักเก้าสุขสงบ
ทุกคนต่างมองไปตามปลายนิ้ว