้าได้ มิเช่นนั้น ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสพลังอันแข็งแกร่งของข้าสักหน!”
“เจ้าหรือ? แม้แต่พวกข้าอยู่ที่ใดเจ้ายังไม่รู้ ยังกล้าคิดจะลงมือกับพวกข้างั้นหรือ?” มีคนตั้งใจพูดยั่วยุโจวอวี๋
และมีบางคนหัวเราะพลางเอ่ยออกมา “ข้าคิดว่าเจ้าควรยอมแพ้เสียเถิด”
และแม้โจวอวี๋จะไม่อยากยอมแพ้ แต่เจ้าตัวก็รู้สึกว่าไร้หนทาง จึงทำให้เขาร้อนใจขึ้นมา ก่อนที่ในจังหวะนั้นจะได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากข้างกายตนเอง
“ข้าจะบอกเจ้าเองว่าต้องออกไปเช่นไร!”
เสียงนี้คือเสียงของลู่เฉิน!
เมื่อโจวอวี๋ได้ยิน เขาก็ตกตะลึงทันที “ผ… ผะ… ผู้อาวุโส”
“อย่ามัวแต่ตกใจ รีบทำตามที่ข้าบอก” ลู่เฉินรู้ว่าเวลากระชั้นชิดเข้ามาแล้ว จึงเร่งให้โจวอวี๋เคลื่อนตัวไปทางนั้นที ทางนี้ที ก่อนที่ในที่สุด… ตัวคนจะสามารถผ่านออกมาได้สำเร็จ!
คนของสำนักค่ายกลสวรรค์ที่จับตาดูอยู่ตลอดต่างรู้สึกว่าสิ่งนี้เหลือเชื่อเกินไป พวกเขาพากันเบิกตากว้างด้วยความแปลกใจ
และในชั่วอึดใจนั้น… โจวอวี๋ก็ไม่เกรงใจแม้แต่น้อย เขาลงมือจัดการคนของสำนักค่ายกลสวรรค์อย่างดุดัน ตีและหักแขนทำให้คนพวกนั้นพิการ ก่อนจะรีบออกเดินทางต่อเพราะเวลามีจำกัด
ทิ้งให้คนจากสำนักค่ายกลสวรรค์ก่นด่าปนคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด
ส่วนโจวอวี๋ก็กำลังกระหยิ่มยิ้มย่อง เพราะเมื่อมีลู่เฉินคอยช่วยเหลือเช่นนี้ ตัวเขาก็มีหวังที่จะชนะแล้ว!
…
ขณะนั้นเอง บนสนามประลอง กู่ทงได้สั่งให้ลูกศิษย์เริ่มจับเวลาและนับจำนวนคนที่