ว “รนหาที่ตายนัก!”
ผู้อาวุโสเทียนหลงปล่อยฝ่ามือสีทองออกมา คิดจะโจมตีลู่เฉินให้ตายในคราเดียว
แต่ผู้คลั่งไคล้เต๋ากลับส่งปราณกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนเข้าปกป้อง ทั้งยังกระแทกฝ่ามือออกไปและตะโกนว่า “เจ้ายังดื้อดึงอยู่อีกหรือ?”
ใบหน้าของผู้อาวุโสเทียนหลงในยามนี้ซีดเผือด ส่วนหลี่ว์ซือก็ได้ปล่อยหมัดออกไปอีกครั้ง เจ้าตัวจึงตกใจรีบหลบหลีกพลางด่าทอไปด้วยว่า “พะ พวกเจ้า คอยดูนะ!”
จากนั้นผู้อาวุโสเทียนหลงก็บินหายเข้าไปในม่านหมอกของยอดเขาเต๋าเมฆา และหายไปต่อหน้าทุกคน
เมื่อศึกจบลงด้วยประการฉะนี้ ทุกคนต่างจ้องมองที่ลู่เฉินอย่างอยากรู้อยากเห็น เนื่องจากอยากรู้ว่าชายหนุ่มทำอันใดกับแส้หางม้า
แต่ลู่เฉินไม่ได้อธิบาย คนเหล่านี้จึงได้แต่มองหน้ากันไปมา
ผู้คลั่งไคล้เต๋าก้าวมาข้างหน้าแล้วเอ่ยว่า “นั่นคือพฤติกรรมส่วนตัวของเขาเท่านั้น ดังนั้นอย่าถือโทษพรรคหมื่นเต๋าเลย”
“พฤติกรรมส่วนตัว?” ลู่เฉินฉีกยิ้ม
ผู้คลั่งไคล้เต๋าที่เห็นรอยยิ้มนั้นก็พูดด้วยความหวาดกลัว “ใช่แล้ว”
ลู่เฉินรู้ดีว่าผู้คลั่งไคล้เต๋าผู้นี้มีรากวิญญาณที่พิเศษ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คิดทำอันใดอีกฝ่าย ทว่าปากก็เอ่ยถามออกไปว่า “แล้วเจ้าล่ะ?”
“ข้า?”
“ตามข้ามาตลอด ไม่ใช่เพราะต้องการตามหาภูตผีตนนั้นหรือ?” ลู่เฉินมองเขาด้วยรอยยิ้ม ส่วนผู้คลั่งไคล้เต๋าก็พูดอย่างขัดเขินว่า “ข้าเคยต้องการ แต่ตอนนี้ข้าไม่ต้องการแล้ว”
“โอ้? ไม่ต้องการแล้ว?”
ผู้คลั่งไคล้เต๋าจึงพูดอ