วกเขาเร่งรีบดึงโซ่ออกมา บางคนถึงกับถือคันธนูเล็งมาทางลู่เฉินเพราะกลัวว่าจะขัดขืน และบางคนก็โคจรพลังปราณเตรียมที่จะพร้อมลงมือ
สือเซียวที่เห็นเช่นนั้นจึงกล่าวเสริมไปอีกว่า “ทุกท่านอย่าประมาทเด็ดขาด!! …คนผู้นี้เป็นมารร้าย เขาโหดเหี้ยมมาก!”
“ท่านเจ้าเมืองเชียน ท่านต้องระวังเขาด้วย” หนานกงมู่เอ่ยเสริม
ทว่าเชียนว่านไหลไม่สนใจแม้แต่น้อย เขาฉีกยิ้มแล้วกล่าวว่า “ก็แค่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่น่ากลัวอันใดหรอก!”
แต่เมื่อชิงซานนึกถึงความสามารถในการเคลื่อนย้ายฉับพลันของลู่เฉิน เขาจึงหันไปพูดกับเชียนว่านไหลว่า “ท่านเจ้าเมือง เจ้าคนผู้นี้สามารถเคลื่อนตัวพริบตา!”
“เคลื่อนตัวพริบตา? คิดว่าข้าโง่หรือ?” เชียนว่านไหลเบิกตากว้าง
เมื่อเห็นเชียนว่านไหลไม่เชื่อ ชิงซานจึงไม่ได้พูดอันใดอีก ในขณะที่ลู่เฉินยังคงมองทุกคนด้วยรอยยิ้ม “พวกเจ้าคิดให้ดีล่ะ”
เชียนว่านไหลเห็นลู่เฉินยังกล้าที่จะคุกคาม เขาก็พลันถลึงตาใส่แล้วเอ่ยว่า “อันใดนะ? เจ้ายังกล้าขู่ข้าอีกหรือ?”
“ข้าไม่ได้ขู่เจ้า ข้าแค่บอกพวกเจ้าว่าอย่าให้ใครมาหลอกได้ เจ้าไม่รู้หรอกว่าเมื่อถึงยามนั้นจุดจบจะเป็นอย่างไร”
“ถูกต้อง หากพวกเจ้าไม่อยากถูกลงทัณฑ์ก็หยุดซะ!” หนานเหยาเอ่ยเสริม
แต่เชียนว่านไหลกลับหัวเราะ “พวกเจ้ายังคิดจะขู่ข้าอีกหรือ?”
หนานกงมู่ไม่อยากให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้อีกต่อไป นางกลัวว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น ดังนั้นจึงรีบกล่า