นจะถือเป็นปฏิปักษ์กับสำนักตรวจการ!”
หนานกงมู่เบิกตากว้าง “อันใดนะ?”
เห็นได้ชัดว่าสือเซียวเองก็รู้เช่นกัน จึงรีบกระซิบบอกหนานกงมู่ว่า “ศิษย์พี่หญิงหนานกง พวกเรารีบถอนตัวกันเถอะ!”
หนานกงมู่กัดฟันด้วยความโกรธ แสดงท่าทีไม่ค่อยยินยอม
ส่วนลู่เฉินก็มองไปยังหนานกงมู่ด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าแผนของเจ้าจะไม่สำเร็จนะ!”
หนานกงมู่ถึงกับโกรธจัด “ฝากไว้ก่อน ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!”
ครู่ต่อมา หนานกงมู่ก็บดขยี้ยันต์ลี้ธรณีและหายตัวไป ส่วนสือเซียวก็ตกใจอย่างมาก เขารีบสำแดงเคล็ดวิชาลี้ธรณีหายไปเช่นกัน
หนานเหยามีท่าทีไม่เต็มใจ นางถลึงตาใส่เชียนว่านไหลและคนอื่น ๆ “มัวยืนบื้อทำอันใดอยู่ รีบไปจับพวกเขาซะ!”
เชียนว่านไหลจึงถามด้วยความขัดเขินว่า “จับ จับผู้ใด?”
“พวกเขาใส่ร้ายท่านอาจารย์ของข้า เช่นนั้นพวกเจ้าไม่ควรจับเขาหรือ?” หนานเหยาถลึงตามองแต่เชียนว่านไหลกลับยังคงลังเล
“อันใด? พวกเจ้ายังอยากรับศรทองของหนานโยวอีกหรือ?”
แน่นอนว่าเชียนว่านไหลไม่กล้า โดยเฉพาะจากเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ทำให้แน่ใจได้ว่าลู่เฉินย่อมไม่ใช่คนธรรมดา “พะ พวกเขาไปแล้ว ข้าไม่รู้ว่าจะไปหาพวกเขาได้ที่ไหน!”
“ง่ายมาก ไปที่จวนของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาต้องอยู่ที่นั่นแน่!” หนานเหยาตอบ
เมื่อเชียนว่านไหลได้ยินชื่อสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปทันที “สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์?”
“ใช่ มีปัญหาอันใดหรือ?” หนานเหยาถามกลับ ส่วนเ