ชียนว่านไหลก็ตอบอย่างเขินอายว่า “นั่นมัน…”
“จะไปหรือไม่?”
“ไป ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!” เชียนว่านไหลจำใจตอบรับ เขาเร่งนำกลุ่มคนไปที่จวนของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ส่วนหนานเหยาและลู่เฉินก็ติดตามอยู่ข้างหลังพวกเขาไม่ห่าง
“ท่านอาจารย์ ข้าร้ายกาจใช่หรือไม่?” หนานเหยากล่าวอย่างภาคภูมิใจ
แต่ลู่เฉินกลับเอ่ยว่า “เจ้าคิดว่าพวกเขาจะกลับไปยังจวนของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์หรือ?”
“แล้วพวกเขาจะไปไหนได้?” หนานเหยารู้สึกงงงวย ลู่เฉินจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เรื่องนี้… คงมีแค่พวกเขาเท่านั้นที่รู้”
หนานเหยารู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจ “ไม่ว่าจะเกิดอันใดขึ้น สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ก็ได้สร้างปัญหาให้ท่าน ดังนั้นยามนี้ข้าจะไปที่นั่นและจัดการพวกเขาเอง!”
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เฉินก็ถามว่า “เจ้าจะใช้ความผิดข้อใดจับพวกเขา?”
“พวกเขาลงมือในเมืองเมื่อคืนนี้ แค่นี้ก็ทำให้พวกเขาลำบากได้แล้ว” หนานเหยาพูดอย่างภาคภูมิใจ แต่ลู่เฉินกลับฉีกยิ้ม “เช่นนั้นไปดูก่อนค่อยว่ากัน”
ทว่าเมื่อพวกเขามาถึงสถานที่พักของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่กลับมีคนไม่มากนัก เหลือเพียงศิษย์ธรรมดาที่ไม่สะดุดตาเท่านั้น
เชียนว่านไหลจึงได้แต่เอ่ยอย่างขัดเขินว่า “พวกเขาไม่อยู่ที่นี่แล้ว”
หนานเหยาไม่เชื่อ นางเดินไปรอบ ๆ ลานและขมวดคิ้วเมื่อพบว่าถ้วยชายังร้อนอยู่ “เพิ่งหนีไป?”
ลู่เฉินยิ้มอย่างขมขื่น “ไม่หนีก็แปลกแล้ว!”
ผลลัพธ์เช่นนี้ทำให้หนานเหยาหงุดหงิดนัก “สมควรตาย!”
ส