่าหาเรื่องสร้างปัญหาโดยเปล่าประโยชน์”
เชียนว่านไหลลุกขึ้นทันที “ข้าสร้างปัญหา?”
“ไม่ใช่หรือ?” หนานเหยาถามกลับ ทำให้เชียนว่านไหลไม่พอใจจนตบโต๊ะเสียงดัง “เอาล่ะ เช่นนั้นขอเชิญแขกทั้งสองท่านออกมาที!”
ในเวลานั้นเอง สือเซียวพลันเดินมาจากมุมหนึ่ง
ด้านหลังของเขา คนที่ตามมาติด ๆ ก็คือหนานกงมู่!!
ทันทีที่ลู่เฉินเห็นหนานกงมู่ เขาพลันรู้สึกว่าคล้ายเคยเห็นอีกฝ่ายมาก่อน ทว่าเมื่อตรวจสอบลมปราณกลับไม่คุ้นเคยสักนิด ชายหนุ่มจึงลองใช้พลังจิตวิญญาณในการตรวจสอบ ก่อนที่เขาจะพบกับไอวิญญาณที่คุ้นเคย!
ลู่เฉินฉีกยิ้มทันที เขาหัวเราะและกล่าวกันตนเองเบา ๆ “ที่แท้ก็เป็นนาง!”
หนานกงมู่แสร้งทำเป็นไม่รู้จักลู่เฉิน แต่ทันทีที่สือเซียวปรากฏตัว อีกฝ่ายก็กล่าวกับเชียนว่านไหลด้วยความเคารพว่า “เจ้าเมืองเชียน”
“พูดเถอะ ค่อย ๆ บอกสิ่งที่เจ้ารู้ออกมา”
สือเซียวจึงค่อย ๆ เล่าเรื่องที่ลู่เฉินสังหารผู้ตรวจการ และเมื่อฟังจบ เชียนว่านไหลก็พลันมองไปที่หนานเหยาแล้วถามว่า “ตอนนี้เจ้ารู้แล้วใช่หรือไม่ว่าไม่ใช่ข้าที่สร้างปัญหา?”
“นั่นคือสิ่งที่พวกเขาจงใจจะเล่าใส่ความ!” หนานเหยายังคงยืนอยู่ที่ด้านข้างของลู่เฉิน
“แม่นางน้อย เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าจะจับเจ้าตอนนี้ และทำให้เจ้ามีความผิดฐานขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่”
หนานเหยาไม่ใส่ใจ “ถ้าเจ้ากล้า ก็จับเสียสิ!”
คำท้าทายเช่นนี้ทำให้เชียนว่านไหลบันดาลโทสะทันที “ใครก็ได้ จับยัยหนูนี่ม