เพียงตัดการติดต่อไป ก่อนที่ดวงตาจะเผยแววเย็นชา “ถ้าพวกเจ้าไม่ช่วยข้า ข้าจะทำเอง!”
หนานกงมู่ลุกขึ้น เปิดประตู และตะโกนบอกสือเซียวจากระยะไกล “มานี่!”
สือเซียวรีบเข้าไปหาและพูดด้วยความเคารพว่า “ศิษย์พี่หญิงหนานกง มีอะไรหรือขอรับ?”
“เข้ามานี่!”
หลังจากที่สือเซียวเห็นว่าหนานกงมู่กำลังโกรธเกรี้ยว เขาก็เข้าไปอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเป็นหนานกงมู่ที่ถามขึ้นหลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าวว่า “เจ้ามีวิธีอะไรที่จะสามารถจัดการกับลู่เฉินผู้นี้ได้หรือไม่?”
“จัดการกับเขา?”
“เขาทำลายฐานการบ่มเพาะของเจ้า เจ้าไม่ต้องการแก้แค้นหรือ?”
แน่นอนว่าสือเซียวต้องการแก้แค้นแม้กระทั่งในฝัน และถึงกับเศร้าหมองขึ้นมาทันที “ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ข้าคงไม่ถูกทำลายการบ่มเพาะ ดังนั้น… ข้าจึงแค้นใจยิ่งนัก!”
เมื่อพูดถึงประเด็นนี้ สือเซียวก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
ส่วนหนานกงมู่ นางหันมองเขาและพูดว่า “ไม่ต้องกังวล ตราบใดที่เจ้าทำงานดี ๆ ให้ข้า ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องยุ่งยากลำบากใจ”
“ขอบคุณท่านยิ่งนัก ศิษย์พี่หญิงหนานกง!”
“เช่นนั้นเรามาคุยกันว่ามีวิธีที่ดี ๆ ในการจัดการกับเขาหรือไม่”
สือเซียวเอ่ยขึ้นหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งว่า “ถ้าหากแม้แต่สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่สามารถทำอันใดได้ ถ้าอย่างนั้นก็มีอำนาจสองสายที่สามารถหยิบยืมได้”
“โอ้? อำนาจใดกัน?”
“หนึ่งคืออำนาจของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และสองคืออำนาจของราชวงศ์!!”
หนานกงมู่ขมวดคิ้ว “ทั้งดินแดนศักดิ