พูดมาสิ”
ชายคนนั้นพูดอย่างกระอักกระอ่วน “ข้า ข้าเคยได้ยินศิษย์พี่เสี่ยบ่นว่าเหตุใดจึงต้องให้คนแทรกซึมเข้าไปในสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ แต่ใครเป็นผู้ที่แทรกซึมเข้าไป ข้าไม่รู้จริง ๆ”
ลู่เฉินยิ้มอย่างมีเลศนัย “แอบเข้าไปในสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ?”
“อืม!” ชายคนนั้นพยักหน้า ส่วนคนอื่น ๆ ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ และเริ่มถกเถียงกันที่นั่น
เมื่อฟังความคิดเห็นของคนเหล่านี้ ลู่เฉินก็ได้รับข้อมูลมาอย่างหนึ่ง ซึ่งก็คือสำนักมารราตรีกำลังจับตามองสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ นั่นจึงทำให้เขารู้สึกฉงน “หมายความว่าสำนักมารราตรีของพวกเจ้าเพ่งเล็งไปที่สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ?”
“ใช่ เมื่อไม่กี่ปีก่อนนี้เอง มีผู้อาวุโสที่ต้องการเลือกคนจากเราเพื่อแทรกซึมเข้าไปในสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ แต่พวกข้าต่างไม่มีใครที่มีคุณสมบัติเหมาะสม!”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อไป”
“ต่อมา ข้าก็ได้ยินมาว่ามีศิษย์หญิงคนหนึ่งวางแผนจะใกล้ชิดกับผู้คนในสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นก็หาโอกาสแอบปะปนเข้าไป”
“ใช่แล้ว แผนสาวงาม”
“ข้าจำได้แล้ว เป็นตระกูลเถียน เถียนอวิ๋นเมิ่ง”
คนเหล่านี้กำลังโต้เถียงกัน ส่วนลู่เฉินก็นึกถึงเถียนอวิ๋นเมิ่งทันทีและยิ้มออกมา “ดูท่าว่าหนึ่งปีก่อน เหตุที่เถียนอวิ๋นเมิ่งเข้าหาข้า ที่แท้นางก็ทำเพื่อหาทางเข้าไปในสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์!”
แต่ไปทำอะไรที่สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์กันแน่?
สิ่งนี้ทำให้ลู่เฉินสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ “บอกข้ามา