เหตุใดพวกเจ้าถึงสนใจสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์มากขนาดนี้”
“นี่… เรื่องนี้ พวกข้าไม่รู้จริง ๆ”
“อยากให้ข้าปล่อยพวกเจ้าไปหรือไม่”
“อยาก!”
“ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป แต่ว่า ข้าจะทิ้งรอยสลักไว้บนตัวพวกเจ้า ผู้ใดก็ตามที่ทรยศข้าจะต้องตายทันที”
คนเหล่านั้นต่างก็ตัวสั่นเทา ก่อนจะกลายเป็นยืดอกผาย ปากแข่งกันเอ่ยว่าจะไม่มีวันทรยศแน่
จากนั้นลู่เฉินก็สลักอักขระยันต์หุ่นเชิดบนร่างของพวกเขา แล้วจึงปล่อยคนเหล่านั้นไป ทั้งยังกำชับให้คนพวกนี้ไปตรวจสอบว่าเหตุใดสำนักมารราตรีถึงได้พุ่งเป้าไปที่สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์
หลังปล่อยตัวคน ศิษย์จากสำนักมารราตรีก็พลันจากไปอย่างรวดเร็ว
ลู่เฉินนั่งขบคิดอยู่ในห้อง “สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์… สำนักมารราตรี…”
…
ภายในห้องหนึ่งของจวนสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ หนานกงมู่ยังคงจ้องมองตัวเองที่หน้ากระจก ในขณะที่สือเซียวกำลังรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้
“ผู้อาวุโสของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ล้มเหลวเช่นนั้นหรือ?” หนานกงมู่ขมวดคิ้ว
“ข้าได้ยินมาว่าพวกเขากลับมาพร้อมอาการบาดเจ็บสาหัส คาดว่าคงตกหลุมพรางบางอย่างเสียแล้ว” สือเซียวเอ่ยตอบ
เมื่อหนานกงมู่ได้ยินเช่นนี้ นางก็เริ่มเป็นห่วงเสี่ยเจี้ยนและคนอื่น ๆ จึงพูดกับสือเซียวว่า “เจ้ารอข้าข้างนอก ถ้ามีอะไร ข้าจะไปหาเจ้าเอง!”
“ขอรับ!” สือเซียวก้าวถอยหลังไปทันที
หนานกงมู่ปิดประตูและหน้าต่าง หยิบกระจกวิเศษออกมา รอจนกระทั่งภาพเสี่ยเจี้ยนปรากฏขึ้น
ทว่าใบหน้าของเสี่ย