ไรเล่า!”
และเวลานี้เอง ลู่เฉินได้หันไปกล่าวกับหลี่ว์ซือว่า “หลี่ว์ซือ ลองถุงมือของเจ้าสิ!”
เมื่อหลี่ว์ซือได้ยินเช่นนั้น เขาก็ตั้งสติได้
ฉับพลันนั้น พวกเขาก็ได้เห็นหลี่ว์ซือผู้สวมหน้ากากก้าวออกมา เยว่เซียวจึงตะคอกสั่งคนของตนเอง “ฆ่าคนที่เสนอหน้าเข้ามาก่อน!”
ทว่ายามที่คนเหล่านั้นกำลังจะเคลื่อนไหว หลี่ว์ซือที่สวมถุงมือสุญญะกาฬพลันออกหมัดสวรรค์ออกไปหลายครั้งติด ๆ กัน
หมัดสวรรค์นี้ทรงพลังอย่างมาก หลังจากถูกโจมตีเช่นนั้น บรรดาศิษย์ขั้นก่อกำเนิดพลันกระเด็นออกไปตาม ๆ กัน และบางคนก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนล้มลง
ฉากนี้ทำให้ผู้คนจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์หวาดกลัว บางคนถึงกับเอ่ยตะกุกตะกักว่า “นี่… นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
ดวงตาของลวี่ซ่างเพียวเบิกกว้างยิ่งขึ้น “นี่มัน…”
ในขณะที่สีหน้าของเยว่เซียวดูย่ำแย่ แต่ลู่เฉินกลับยิ้มอยู่ในความมืด “ความสามารถครึ่ง ๆ กลาง ๆ อย่างพวกเจ้า ยังคิดจะกล้ามาหาเรื่องเช่นนั้นหรือ?”
หนานเหยาและคนอื่น ๆ ก็หัวเราะเยาะเช่นกัน ทว่าปิงหลิวหลีตกใจอย่างมาก นางไม่คิดว่าหลี่ว์ซือในยามที่ใช้วิชาหมัดจะน่ากลัวถึงเพียงนี้!
หลี่ว์ซือกำหมัดและเตรียมที่จะโจมตีอีกครั้ง
ครั้นเห็นดังนั้น สีหน้าของเยว่เซียวก็เปลี่ยนไปอย่างมาก และออกคำสั่งทันทีว่า “ถอนตัว!”
คนเหล่านี้พากันทะยานตัวกลับออกไป ทว่าเมื่อไปได้เพียงกลางอากาศ สายอัสนีพลันแวบวาบสว่างไปทั่วท้องฟ้าส่งเสียงดัง “ครืน ครืน ครืนน!” ออกมา
ผู้ฝึก