ตนขั้นก่อกำเนิดเหล่านั้นถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง จากนั้นเสียงกรีดร้องของพวกเขาก็แผดลั่นออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าสุดท้ายพวกเขาก็ยังสามารถหนีหายไปได้ด้วยความตกใจ ไม่กล้าคิดที่จะหยุดฝีเท้า
ส่วนผู้ที่อ่อนแอกว่า เมื่อเผาผลาญปราณจนหมด ร่างก็พลันระเบิดพลังจนสามารถหลบหนีไปจากที่นี่ได้
เพียงพริบตาเดียว ราวกับทุกคนได้เห็นฝูง ‘นก’ ที่ตื่นตระหนก บินโซซัดโซเซชุลมุนวุ่นวาย จนกระทั่งคนเหล่านี้ออกไปจากที่นี่จนหมด
ปิงหลิวหลีตกตะลึง “นี่มัน…”
“เอาล่ะ ทุกคนไปพักผ่อนกันเถิด” ลู่เฉินพูดอย่างใจเย็น หลี่ว์ซือและคนอื่น ๆ จึงแยกย้ายกลับไปพักผ่อน
ทว่ายังคงมีเพียงปิงหลิวหลีที่พึมพำกับตัวเองว่า “น่ากลัวยิ่งนัก!”
…
หลังจากที่คนเหล่านั้นหนีกลับไปที่จวนของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนต่างก็ตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่มีพื้นฐานการฝึกฝนที่อ่อนแอ ทั่วทั้งร่างอาบโชกไปด้วยโลหิต บางคนมีลมหายใจที่อ่อนแรงมาก ราวกับว่าวิญญาณจะหลุดลอยไปได้ทุกเมื่อ
ไม่เพียงเท่านั้น คนเหล่านี้ต่างก็พากันกล่าวโทษลู่เฉิน
ลวี่ซ่างเพียวยังคงเดินไปมา ปากของเขาสั่นเทาด้วยความโกรธ “เหตุใดรอบตัวเจ้าหนุ่มคนนี้จึงมีแต่ผู้คนที่น่ากลัวเช่นนี้เล่า?”
“คนผู้นั้นคือใคร?” เยว่เซียวถามอย่างกราดเกรี้ยว
หยวนเทียนจึงเอ่ยรายงานว่า “เขาเป็นคนจากสำนักไร้สุญญะขอรับ”
“คนจากสำนักไร้สุญญะ? …พวกเขาจะทำงานให้เจ้าหนุ่มคนนั้นได้อย่างไร” สายตาของเยว่เซียวเปี่