เมื่อหนานเหยาหยิบไปแล้ว นางก็หวงแหนมันเสียจนไม่สามารถวางลงได้ และยังทำการดูดซับพลังปราณรอบ ๆ อย่างบ้าคลั่งอีกด้วย
สำหรับเจี่ยลัวนั้น ลู่เฉินเพียงยิ้ม “เจ้ามีกระบี่ไม้ผี มันดีอยู่แล้ว แต่ข้ายังต้องมอบของอีกสิ่งหนึ่งให้เจ้า เพื่อให้เจ้าสามารถรับไอซากศพได้ตลอดเวลา”
เจี่ยลัวพยักหน้า ก่อนที่ลู่เฉินจะนำท่อนไม้สีดำท่อนหนึ่งออกมา “ไม้ซากศพสีดำนี้ เพียงเจ้าพกติดตัวก็จะสามารถรับไอซากศพได้ตลอดเวลาแล้ว!”
เจี่ยลัวพยักหน้าด้วยความดีใจ
ลู่เฉินยิ้ม “ทุกท่าน พอใจกันหรือไม่?”
ทว่าทุกคนกับทำตัวราว ‘เด็กน้อย’ ที่กำลัง ‘เล่นของเล่น’ เล่นเช่นไรก็ยังไม่เพียงพอ ลู่เฉินจึงกล่าวออกมาว่า “ไปเถิด ยังต้องเดินทางไปยังลานเต๋าเมฆาอีก!”
ทุกคนขานรับทันทีและติดตามไป ซึ่งหลังจากที่โจวอวี๋มีสมบัติวิญญาณติดตัวเช่นนี้แล้ว มันก็ทำให้ปิงหลิวหลีมั่นใจมากขึ้นว่างานประลองสิบสำนักครานี้ สำนักเก้าสุขสงบจะสามารถติดหนึ่งในสิบสำนักที่แข็งแกร่งได้แน่นอน!
ส่วนมุมมองต่อลู่เฉินในสายตาของปิงหลิวหลีนั้น ชายหนุ่มผู้นี้ก็ยิ่งดูลึกลับมากขึ้นไปอีก ทว่าเพราะลู่เฉินไม่คิดเปิดเผยเบื้องหลังของตน นางจึงไม่เอ่ยถามใด ๆ และทำเพียงเดินนำทางไปยังลานเต๋าเมฆาอย่างเงียบ ๆ
จากนั้น เมื่อคนเหล่านี้เดินออกมาไกลแล้ว ฮั่วถูฝูก็ปรากฏตัวออกมา สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย “ศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ ไม่ผ่านการขัดเกลาก็สามารถใช้ได้หรือ?”
สำหรับปรมาจารย์หลอมอาวุธเช่นเขา