ก็สามารถออกไปตอนนี้ได้ มิเช่นนั้น เห็นทีข้าคงต้องลงไม้ลงมือเสียแล้ว!” จบประโยค ก็มีบางคนที่หวาดกลัวเตรียมจะออกไปจากที่นี่
แต่ก่อนที่คนพวกนี้จะจากไป ลู่เฉินกลับหันไปพูดกับปิงหลิวหลีว่า “เจ้าสำนักปิง ให้คนพวกนั้นลงชื่อเสียหน่อย หลังจากนี้ห้ามคนที่มีนามในนั้นเข้าร่วมสำนักเก้าสุขสงบอีกต่อไป!”
“ได้!” ปิงหลิวหลีที่ตกตะลึงอยู่พลันได้สติกลับมา จากนั้นจึงให้ผู้เฒ่าอ้วนจัดการให้คนพวกนั้นลงชื่อทันที
เมื่อเป็นเช่นนี้ คนจำนวนไม่น้อยก็ทยอยกันลงชื่อและจากไป
แต่นี่ยังคงไม่จบ ลู่เฉินจ้องมองไปยังชายผู้ที่ถูกหลี่ว์ซือโจมตีจนล้มลงบนพื้นแล้วยิ้มออกมา “พูดมาเถิด ยังมีผู้ใดสมรู้ร่วมคิดอีก!”
“อะไร ผู้สมรู้ร่วมคิดใด?” ชายผู้นี้แกล้งโง่ แต่ลู่เฉินกลับยิ้มออกมา “ข้ามีวิธีการมากมายนักเพื่อให้เจ้าคายความจริงออกมา”
ขณะนั้นเอง หลี่ว์ซือเตรียมพุ่งหมัดใส่อีกฝ่าย ซึ่งชายผู้นั้นก็รู้ดีว่าหากตนโดนหมัดนั่นซ้ำสอง ตัวเองคงจบสิ้นเป็นแน่ ดังนั้นเขาจึงค่อย ๆ เอ่ยชื่อของผู้สมรู้ร่วมคิดออกมา
…ไม่ต้องรอให้ผู้สมรู้ร่วมคิดเหล่านั้นจากไป พวกเขาก็พลันโดนหลี่ว์ซือหิ้วคอ และถูกโยนตกลงมาอยู่ตรงหน้าลู่เฉิน
ผู้คนที่อยู่ในลานต่างก็พากันหวาดกลัว ส่วนปิงหลิวหลีและคนอื่น ๆ เองก็พากันตกตะลึงอีกครั้งกับภาพตรงหน้า
“เอาล่ะ จงพูดความจริงเสีย ว่าพวกเจ้าถูกใครส่งมา!”
คนเหล่านี้หวาดกลัวจนต่างพากันพูดความจริงออกมา
…ที่แท้แล้วพวกเขาต่างก็มาจากสำนั