าตอนนี้เกิดเหตุการณ์ที่ว่าขึ้น ลู่เฉินจึงแปลกใจ
แต่สำหรับความสงสัยของฉินหลินนั้น ลู่เฉินเพียงแค่ตอบไปอย่างง่าย ๆ “ข้าอยู่ที่ตระกูลลู่มานานเช่นนี้ ย่อมเป็นธรรมดาที่จะรู้อะไรมากกว่าเจ้า”
“ก็ใช่ เจ้าเป็นหลานชายของท่าน” ฉินหลินขานรับ แต่ปิงหลิวหลีที่อยู่อีกด้านหนึ่งกลับสงสัย “เช่นนั้น เหตุใดท่านปู่ลู่จึงต้องปิดบังขั้นพลัง?”
“ตอนนี้คาดเดาไปก็ไร้ประโยชน์ ไปดูสาเหตุที่ทำให้ท่านหมดสติไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน” ลู่เฉินรู้สึกว่าเรื่องจะไม่ง่ายเช่นนั้น จึงให้พวกเขานำทางไปด้วยกัน
….
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ก็มาถึงยังเนินเขาด้านบน และที่แห่งนี้ก็มีลานกว้างว่างเปล่าอยู่
เมื่อลู่เฉินและคนอื่น ๆ เข้ามาภายในลานกว้าง เขาก็ตรงเข้าไปยังภายในห้องหนึ่ง พวกเขาพลันได้กลิ่นหอมของยา ก่อนจะพบกับอวิ๋นซานที่คอยดูแลท่านปู่ลู่อยู่
เมื่ออวิ๋นซานเห็นลู่เฉิน นางพลันลุกขึ้นพร้อมเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ “นายน้อย ท่าน ในที่สุดท่านก็กลับมา!”
ลู่เฉินพยักหน้าเบา ๆ และเมื่อเดินมาถึงข้าง ๆ ท่านปู่ลู่ เขาจึงวางมือลงบนแขนของชายชรา ก่อนจะเริ่มตรวจสอบ
ในฉับพลันนั้นเอง ลู่เฉินพบว่าภายในร่างกายของท่านปู่ลู่มีกลุ่มพลังปราณอยู่ และพลังปราณนี้กับพลังปราณธาตุพฤกษาภายในกายของท่านปู่ลู่ก็มีความคล้ายกันเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่ของเขา ทว่าเป็นของผู้อื่น!
ทว่าที่ประหลาดเข้าไปอีกคือ เมื่อพลังปราณกลุ่มนี้หมุนเวียนภายในร่างกายไปกับพลังปราณของท่านปู่ลู่ จนก