มอย่างสงสัย “คิดป่วนสำนัก?”
ลู่เฉินมองผู้เฒ่าอ้วนที่มีสีหน้าว่างเปล่า จากนั้นจึงค่อย ๆ อธิบายเรื่องราวทั้งหมด
หลังจากผู้เฒ่าอ้วนได้ยินว่าผู้ก่อปัญหาพวกนี้มาจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์แล้ว เขาก็โมโหจนกัดฟันกรอด “ไม่แปลกที่ช่วงนี้ภายในสำนักมักมีเสียงวุ่นวาย”
“โอ้? ภายในสำนัก ยังมีผู้ก่อปัญหาหรือ?” ลู่เฉินเอ่ยถาม
“มีมากมาย… เพียงแต่” ผู้เฒ่าอ้วนมีสีหน้าสงสัย
“พูด เกิดเรื่องอันใดขึ้น!”
เมื่อผู้เฒ่าอ้วนเห็นว่าที่นี่มีผู้คนค่อนข้างมาก เขาจึงตอบกลับว่า “พวกเราขึ้นไปคุยบนภูเขาเถิด”
ลู่เฉินขานรับ เดินนำหนานเหยาและพวกเขาขึ้นไปบนภูเขา ซึ่งผู้เฒ่าอ้วนก็ได้มองไปยังหลี่ว์ซือและอีกสองสามคนด้วยความสงสัย “พวกเขาคือ?”
ลู่เฉินจึงแนะนำทีละคน ก่อนที่ผู้เฒ่าอ้วนจะพูดอย่างประหลาดใจว่า “สำนักไร้สุญญะ?”
‘สำนักไร้สุญญะ’ ชื่อนี้ไม่เพียงแค่ผู้เฒ่าอ้วนที่ตะลึง แม้แต่ศิษย์ที่ติดตามมารอบ ๆ เมื่อได้ฟังแล้วก็พากันเบิกตากว้าง
เห็นได้ชัดว่าสำนักไร้สุญญะยังคงมีชื่อเสียงอยู่มาก
ดังนั้นทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
ทว่าลู่เฉินไม่ได้สนใจผู้คนที่กำลังตกใจอยู่ กลับจ้องมองไปยังผู้เฒ่าอ้วน “ว่ามา เหตุการณ์ในสำนักเก้าสุขสงบช่วงเวลาก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร”
ผู้เฒ่าอ้วนจึงรีบอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสำนักเก้าสุขสงบในช่วงเวลานั้นทันที
เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ด้วยความช่วยเหลือของลู่เฉิน ผู้คนมากมายจากแดนวิญญาณจึงพากันมาแส