ดงความนับถือ และยังเจาะจงให้ลู่เฉินเป็นท่านอาจารย์ของพวกเขา
และเพราะเหตุนี้ ทำให้ศิลาวิญญาณที่จำเป็นต้องแจกจ่ายให้เหล่าศิษย์ไม่เพียงพอ เนื่องจากสำนักเก้าสุขสงบนั้นตกต่ำลงมากทีเดียว
เมื่อลู่เฉินฟังแล้วจึงเอ่ยถาม “หมายความว่า ศิลาวิญญาณนั้นไม่เพียงพอต่อผู้มาใหม่?”
“สำนักเก้าสุขสงบในอดีตไร้ผู้ใดให้ความสนใจ และทุก ๆ ปีก็สามารถหาศิษย์ดี ๆ ได้เพียงสองถึงสามคน นั่นถือว่าไม่เลวนัก แต่ตอนนี้กลับมีคนกลุ่มใหญ่มาที่นี่” ผู้เฒ่าอ้วนพูดด้วยสีหน้าเศร้า
“นี่ไม่ใช่ปัญหา!” ลู่เฉินเอ่ยออกมาอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
แต่ผู้เฒ่าอ้วนคือผู้ที่คอยจัดการดูแลทรัพยากรของสำนักเก้าสุขสงบ ดังนั้นตัวเขาจะไม่สนใจใด ๆ ไม่ได้ “บุตรศักดิ์สิทธิ์ เจ้าไม่เข้าใจถึงความยากลำบากนี้!”
“เอาเป็นว่าเรากลับไปก่อน แล้วข้าจะอธิบายเอง”
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้เฒ่าอ้วนจึงมองลู่เฉินด้วยความแปลกใจ “บุตรศักดิ์สิทธิ์ แท้จริงแล้วเจ้าทำการอันใดไป? เหตุใดเมื่อคนเหล่านั้นมาถึงจึงเคารพเจ้า อยากกราบเป็นอาจารย์ และกระทั่งไม่คิดยอมรับให้ผู้อื่นเป็นคนสั่งสอน!”
“ไม่ยอมรับ?” ลู่เฉินแปลกใจ
“ใช่ พวกเขาไม่ยอมรับยอดฝีมือขั้นหลอมแก่นแท้ รวมทั้งขั้นก่อกำเนิดจำนวนไม่น้อยของเรา และยัง…” ผู้เฒ่าอ้วนพูดถึงตรงนี้ก็รู้สึกลำบากใจขึ้นมา
“พูดมาเถิด ยังอะไรอีก”
ผางต้าตู้พูดออกมาด้วยความลำบากใจ “ก็ไม่รู้เช่นกันว่าพวกเขาตั้งใจพูดเช่นนี้จริง ๆ หรือเพียงแค่รู้สึกไม่พอใ