้อจ้องมองไปด้วยความหวาดกลัวจนแทบจะกระโดดหนี “นายท่านกุ่ยเจี่ยว”
“เมื่อครู่ผู้พิทักษ์บอกว่า …เจ้าพาคนนอกเข้ามา ทว่าข้ายังไม่เชื่อ แต่ตอนนี้….” สีหน้าของผู้ที่ชื่อกุ่ยเจี่ยวเคร่งขรึมขึ้นมา
ชิวเอ้อหวาดกลัวจนตัวสั่น “ข้า…”
“หากไม่อยากตายก็รีบพาเขาออกไปจากที่นี่ทันที มิเช่นนั้น…” เมื่อกุ่ยเจี่ยวพูดจบ ดวงตาก็ฉายแววสังหารออกมาราวกับว่าพร้อมที่จะลงมือทุกเมื่อ!
ชิวเอ้อที่ดูแล้วคิดว่ายังมีโอกาสรอด จึงหันขวับมองไปยังลู่เฉิน “เขาคือหนึ่งในสามรองหัวหน้าของหมู่บ้านนี้ นามกุ่ยเจี่ยว มีพลังแข็งแกร่งมากซึ่งเทียบไม่ได้กับพวกข้า”
เห็นได้ชัดว่าชิวเอ้อคิดว่าลู่เฉินน่าจะหวาดกลัวจนรีบกุลีกุจอออกไปจากที่นี่ทันที
ไม่เพียงเท่านั้น กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของกุ่ยเจี่ยวยังดูแข็งแกร่งมาก แต่ชายหนุ่มกลับเพียงแค่ยกยิ้ม “วันนี้… ข้าก็ยังต้องการไปที่หมู่บ้านนั่นอยู่ดี”
“เพราะ… เพราะอะไรกัน?” ชิวเอ้อกังวลใจ เหตุใดถึงต้องไปที่นั่นให้ได้!!
กุ่ยเจี่ยวมองมาด้วยแววตาเย็นเยียบ “เจ้าหนุ่ม อยากตายหรือไง?”
“ไม่อยาก”
“เช่นนั้นยังกล้าไปหมู่บ้านของพวกข้าอีกงั้นหรือ?” กุ่ยเจี่ยวจ้องมองไม่ละสายตา แต่ลู่เฉินเพียงแค่ยิ้ม “ข้ามีความสนใจต่อหมู่บ้านนี้มาก ดังนั้นจึงอยากไปดูเสียหน่อย”
กุ่ยเจี่ยวกล่าวเสียงเรียบ “ดูเหมือนว่าเจ้ายังอยากตายสินะ!”
ครั้นเอ่ยจบ กุ่ยเจี่ยวก็วิ่งไปประชิดตัวชายหนุ่มด้วยความรวดเร็ว และใช้ขาข้างหนึ่งเตะออกไป ปล