่อยให้ชิวเอ้อที่รับรู้ถึงความน่าหวาดกลัวของการโจมตีนี้ตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะมองดู
ทว่าทันใดนั้น กำแพงชั้นที่เก้าสิบจากวิชากำแพงพันชั้นของลู่เฉินก็ต้านทานเอาไว้ทันท่วงที ทำให้ขาของอีกฝ่ายเตะทำลายไปเพียงแค่หกสิบชั้นเท่านั้น
ครั้นเห็นเช่นนั้น กุ่ยเจี่ยวจึงเบิกตากว้าง ไม่กล้าแม้แต่จะเชื่อ “นี่… นี่มันบ้าอันใดกัน!”
ชิวเอ้อค่อย ๆ ปรือตามอง เมื่อเห็นว่ากำแพงพวกนั้นถูกทำลายไปไม่มากนักจึงรู้สึกตกตะลึงขึ้นมา “ขะ… แข็งแกร่งมาก…”
ชายหนุ่มปรายตามองไปยังกุ่ยเจี่ยวพลันยิ้มเยาะและเอ่ยออกมา “ยังไม่เข้าใจอีกหรือ?”
“เข้าใจอันใด?” อีกฝ่ายไม่เข้าใจว่าลู่เฉินหมายถึงสิ่งใด เขาจึงอธิบายว่า “หมายความว่า การป้องกันของข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้านัก และเจ้าไม่สามารถทำอะไรข้าได้”
กุ่ยเจี่ยวไม่พอใจขึ้นมาทันที เขาพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ข้าเป็นหนึ่งในสามรองหัวหน้าของหมู่บ้านแห่งนี้ ในด้านของความแข็งแกร่ง ข้าถูกจัดอยู่ในอันดับหนึ่งในสิบ!”
“อืม… ข้าคิดว่าคนในหมู่บ้านของพวกเจ้าเก่งกาจนัก แต่คิดไม่ถึงว่าบุคคลเช่นเจ้าจะยังถูกจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ เช่นนี้ เห็นทีข้าคงกังวลคิดมากไปเองเสียแล้ว!”
คำพูดนี้ทำให้กุ่ยเจี่ยวระเบิดโทสะออกมา “เจ้า!”
ชิวเอ้อยิ่งคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะกล้ายั่วยุให้กุ่ยเจี่ยวเป็นที่ขบขันเช่นนี้ได้
ทว่าชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกว่ามีอันใดไม่เหมาะสม เขามองไปยังกุ่ยเจี่ยวด้วยมุมปากแสยะยิ้ม “มา