เถิด แสดงให้ข้าดูว่าเจ้ายังมีความสามารถอันใดอีก!”
กุ่ยเจี่ยวตะโกนขึ้นมา เริ่มกางขาทั้งสองออกและย่อตัวลง จากนั้นค่อย ๆ โคจรพลัง
ไอภูตผีที่อยู่โดยรอบค่อย ๆ รวบรวมเข้าสู่ขาทั้งสองข้างจนเริ่มมีขนาดที่หนาขึ้นราวกับถูกสูบลมเข้าไป แต่นั่นไม่ได้ทำให้ลู่เฉินหวาดกลัว เขาเพียงแค่ยิ้มและมองไปนิ่ง ๆ เท่านั้น
ขณะเดียวกัน กำแพงเก้าสิบชั้นจาก ‘กำแพงพันชั้น’ บนร่างกายก็เปิดออก
จนกระทั่งกุ่ยเจี่ยวตะโกนขึ้น ขาข้างหนึ่งเตะออกไปอีกครั้ง และครานี้ได้ทำลายไปหกสิบห้าชั้น ทำให้กุ่ยเจี่ยวต้องตะลึงพรึงเพริดกว่าเดิม! “เห็นได้ชัดว่าข้าเพิ่มพลังไปอีกหลายเท่า เหตุใดถึงยังไม่พังทลาย?”
“นั่นเป็นเพราะว่าข้ายิ่งเพิ่มพลังลงไปมากเท่าใด มันก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้นน่ะสิ” ลู่เฉินเหยียดยิ้ม
“อะไรนะ!” คนฟังเบิกตาโพลง
ไม่เพียงแค่กุ่ยเจี่ยว ทว่าชิวเอ้อยังแปลกใจไม่แพ้กัน
“ยังต้องการขัดขวางข้าอีกหรือไม่?” ลู่เฉินจ้องมองกุ่ยเจี่ยว จนเจ้าตัวเริ่มทำอะไรไม่ถูก จึงถอยหลังไปทีละก้าว เพียงไม่ทันไรก็หมุนตัวทะยานออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว
ชิวเอ้อเอ่ยออกมาอย่างสับสน “กุ่ย… นายท่านกุ่ยเจี่ยวหนีไปแล้ว!”
“จงนำทางไป!” ชายหนุ่มยิ้มอย่างพึงพอใจ
ขณะนั้นชิวเอ้อไม่กล้าดูแคลนชายผู้นี้อีก ซ้ำยังกล่าวออกมาอย่างเคารพ “ผู้อาวุโส แท้จริงแล้วท่านมีขั้นพลังใดแล้ว?”
“สำคัญมากหรือไง?”
จบประโยคของลู่เฉิน ชิวเอ้อก็ไม่กล้าถามสิ่งใดมากนัก ทำได้เพียงนำทา