งไปเงียบ ๆ
…
ภายในถ้ำที่อยู่ไกลออกไป กุ่ยเจี่ยวรายงานต่อหญิงสาวที่ถูกรายล้อมด้วยกลุ่มไอภูตผี “ผู้พิทักษ์ เจ้าหนุ่มผู้นั้นจัดการไม่ง่ายเลยขอรับ!”
“อะไรนะ?” หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจ
“การป้องกันของเขาแข็งแกร่งเกินไป!” กุ่ยเจี่ยวตอบอย่างกระวนกระวายใจ
สตรีผู้นั้นครุ่นคิด ปากก็พูดพึมพำ “…ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะว่าขั้นพลังของข้าถูกยับยั้งไว้ ข้าคงไม่ต้องให้เจ้าเป็นผู้ลงมือ!”
กุ่ยเจี่ยวมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก “ข้า…”
“อีกสองคนล่ะ?” หญิงสาวสงสัย
กุ่ยเจี่ยวจึงเอ่ยรายงาน “อีกสองท่านมีเรื่องต้องจัดการจึงออกไปแล้ว คาดว่าอาจจะยังไม่กลับมาอีกสักพัก”
หญิงสาวที่อยู่ตรงนั้นจึงเริ่มร้อนใจขึ้นมา “ท่านหัวหน้าหมู่บ้านเก็บตัว ส่วนสองคนนั้นก็ออกไปด้านนอก และเจ้ายังไม่สามารถทำลายการป้องการของเจ้าหนุ่มนั่นได้ เช่นนั้นไม่เท่ากับว่าปล่อยให้เขาสร้างความวุ่นวายแก่หมู่บ้านของเรางั้นหรือ?”
“สามารถเริ่มใช้ค่ายกลภูตผีได้ จากนั้นก็ให้ทุกคนหลบซ่อน!” กุ่ยเจี่ยวรายงาน
“เฮ้อ คงมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น!” หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างไร้ทางเลือก จากนั้นก็นำกุ่ยเจี่ยวออกไปจากที่นี่
…
เวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชา ลู่เฉินมองเห็นหมู่บ้านโบราณแห่งหนึ่งที่ถูกปกคลุมไปด้วยค่ายกลภูตผี
เมื่อมองไปก็เห็นอักขระใหญ่สีแดงสดแขวนไว้ด้านหน้าสองตัว ‘ภูตผี’
“เรามาถึงแล้ว!” ชิวเอ้อชี้นิ้วไปยังหมู่บ้านด้านหน้า
ลู่เฉินกวาดสายตามองไปรอบ ๆ “ดูเหมือนว่าค่ายกลนี้จะไม่ธรรมดา