ู่เฉินมองตามปลายนิ้วอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะเห็นค่ายกลจำนวนไม่น้อยโดยรอบ ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ค่อยสนใจพวกมันเท่าใดนัก ไม่แม้กระทั่งจะตื่นตระหนก
แต่ชิวเอ้อกลับยังคงกังวลใจอยู่ “ข้าได้ยินมาว่ารอบ ๆ นี้มีค่ายกลภูตผีเยอะมาก แต่โดยปกติจะปิดไว้ ทว่าตอนนี้กลับเปิดออกมา… หมายความว่า”
“หมายความว่าเช่นไร?”
“หมายความว่านายท่านผู้พิทักษ์ได้ทำการเปิดใช้งานค่ายกลแล้ว และนางก็ต้องการที่จะแก้แค้นพวกเรา!” พูดจบ ชิวเอ้อก็ตัวสั่นสะท้านขึ้นมา
ทว่าลู่เฉินกลับนิ่งเฉยไม่ตื่นกลัว ก่อนที่ในจังหวะนั้น เงาของหญิงสาวจะลอยขึ้นมากลางอากาศใกล้ ๆ หน้าผานี้
เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ รอบกายนางเต็มไปด้วยไอภูตผี
“ส่งตัวเองมายังหน้าถ้ำเสือแล้ว?” หญิงสาวนางนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“หากข้าไม่เข้าถ้ำเสือ เช่นนั้นข้าจะได้ลูกเสือได้อย่างไร?”
หญิงสาวลึกลับที่ได้ยินดังนั้นจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ดูเหมือนว่า… เจ้าจะอยากตายมาก!!”
“การที่ข้ามาที่หน้าประตูก็คืออยากตายงั้นหรือ?” ลู่เฉินย้อนถาม
หญิงสาวผู้นั้นถามกลับมาทันที “ชุมนุมแห่งนี้ รับเพียงแค่คนสามประเภทเท่านั้น เจ้าอยากฟังหรือไม่?”
“โอ้? ว่ามาสิ!”
“ผู้ฝึกวิถีภูตผี และภูตผี ส่วนประเภทที่สามนั้น… คือคนตาย” ขณะที่อีกฝ่ายพูดถึงคนตาย น้ำเสียงก็คล้ายจะเน้นย้ำถึงประเภทที่สามนี้เป็นพิเศษ
ทว่าลู่เฉินก็เพียงยิ้มและกล่าวว่า “ข้าคงไม่ตายง่าย ๆ เช่นนั้น”
หญิงสาวผู้นั้นจึงกลับตอบด้วยน้ำเ