ป
ภาพนี้ทำให้ชิวเอ้อหวาดกลัวยิ่งนัก “จะ …จะกระโดดลงไปจริงหรือ!”
แต่เมื่อเท้าของลู่เฉินก้าวออกไป จู่ ๆ พื้นก็ปรากฏออกมาที่ใต้เท้า!
ชิวเอ้อตกตะลึงขึ้นมา ก่อนที่หญิงสาวผู้นั้นจะกล่าวเสียงดัง “มันก็แค่โชคดีเท่านั้น หากเดินไปอีกก้าว เจ้าไม่รอดแน่!”
“ข้าไม่รอด? เช่นนั้นเจ้าจงดูให้ดี!”
พูดจบ ลู่เฉินจึงเดินต่อไป เขาย่างก้าวช้า ๆ อยู่บนหน้าผา และทุกก้าวเดินนั้นก็ได้ปรากฏพื้นรองรับอยู่ภายใต้ฝ่าเท้า
ผลลัพธ์เช่นนี้ทำให้ชิวเอ้อตะลึงไป ก่อนที่เขาจะได้สติและรีบเดินตามไปทันที
หญิงสาวผู้นั้นเองก็ตกตะลึง นางเอ่ยถามทันทีว่า “เจ้า… เหตุใดจึงรู้ว่าต้องเดินเช่นไร?”
“ข้าบอกแล้ว ค่ายกลเล็ก ๆ พวกนี้ไม่มีอะไรต้องกลัวหรอก” ลู่เฉินยิ้ม
ซึ่งมันก็ได้ไปกระตุ้นโทสะของหญิงสาว นางกล่าวด้วยความโมโหว่า “หลังจากนี้ยังมีค่ายกลที่แข็งแกร่งรออยู่อีก ที่นั่นเจ้าไม่รอดแน่!”
สิ้นเสียงนั้น หญิงสาวก็หายตัวไปเสียแล้ว
ชิวเอ้อที่กังวลใจจ้องไปยังลู่เฉิน ก่อนจะถามขึ้นว่า “ผู้อาวุโส ท่าน รู้จริง ๆ หรือว่าเส้นทางนี้ต้องเดินเช่นไร?”
“เจ้าตามข้ามาก็พอแล้ว”
ชิวเอ้อขานรับ ขณะที่ในใจก็กำลังกังวล เพราะว่าตนเองทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ขุ่นเคืองใจเสียแล้ว! “หลังจากนี้คงไม่สามารถกลับมาฝึกฝนในที่แห่งนี้ได้อีก!”
“หมู่บ้านนี้ดีขนาดนั้นเชียวหรือ?”
“ไอภูตผีที่นั่น อย่างน้อยก็หนาแน่นมากกว่าภายนอกถึงสิบเท่า และยังมีเม็ดยาสำหรับฝึกฝนวิถีภูตผีอีก ฝึกฝนที่