ห้เห็นเดือนเห็นตะวัน ชั่วช้าที่สุด!”
หลี่ว์ซือมองไปที่ลู่เฉินอย่างสงสัย “นาง…”
”เสียงดังเกินไป ข้าจึงให้นางเงียบสักหน่อย” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบเขาก็เดินต่อ
ส่วนหลี่ว์ซือที่ไม่กล้าถามอะไรให้มากความ เขาก็พลันเดินตามไปอย่างเงียบ ๆ
…
ครึ่งชั่วยามต่อมา ทั้งสองก็มาถึงพื้นที่อยู่อาศัยในเขตที่แปด และที่แห่งนี้ก็มีนักพรตเต๋ากับหลวงจีนอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่งดังคาด!
ลู่เฉินซึ่งอยากรู้ที่อยู่ของพี่น้องทั้งสองจึงค้นหาโรงเตี๊ยมที่มีผู้คนพลุกพล่าน และขอให้เสี่ยวเอ้อของโรงเตี๊ยมช่วยสืบหา ก่อนที่พวกเขาจะนั่งรอที่โต๊ะในโถง
ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม เสี่ยวเอ้อที่รับเงินไปก็วิ่งไปหาทั้งสอง และพูดอย่างมีความสุขว่า “คุณชาย… ได้ข่าวมาแล้วขอรับ”
”พูดมา!”
“หลังจากที่ถามไปเมื่อครู่ ข้าก็รู้ว่าสองพี่น้องกำลังต่อสู้กันที่ขอบหุบเหวทางตะวันตกของเขตที่แปด และยังต่อสู้กันเกือบทั้งวันทั้งคืนเลยขอรับ!”
“หุบเหวตะวันตก?”
”ใช่แล้วขอรับ!”
”มีแผนที่หรือไม่” ลู่เฉินพูดพร้อมกับหยิบศิลาวิญญาณออกมา เสี่ยวเอ้อจึงวาดสำเนาให้อย่างมีความสุข ส่วนลู่เฉินที่ได้แผนที่มาแล้วก็พลันลุกขึ้นและพาหลี่ว์ซือจากไป
แต่ทันทีที่เดินออกจากเมือง พวกเขาก็ได้พบกับนักพรตวัยกลางคนไว้หนวดคนหนึ่ง คนผู้นี้สะพายกระบี่ไม้ที่มีสลักสัญลักษณ์แปลกประหลาดห้าเล่มไว้บนแผ่นหลัง
“ข้างหลังมีนักพรตตามเรามา” หลี่ว์ซือพูดหลังจากสัมผัสได้อย่างรวดเร็ว
”ไม่ต้องสนใจเขา” ลู่เฉินไม