นานเหยาอยู่ในนั้น
ทว่าตั้งแต่ที่เข้ามาในแดนวิญญาณ หนานเหยาก็อ่อนแอลงมาก นางขี้เกียจแม้แต่จะพูดคุยจึงนั่งสมาธินิ่ง ๆ อยู่ในนั้น
”เจ้าสบายดีหรือไม่?” ลู่เฉินเห็นว่านางไม่ปริปากพูดนานแล้วจึงรู้สึกสงสัย
”ข้า… ข้ารู้สึกเหมือนกำลังจะตาย!” หนานเหยาไม่กระฉับกระเฉงเหมือนครั้งอดีต แต่ค่อนข้างหดหู่ราวกับว่าจะหายไปได้ทุกเมื่ออย่างไรอย่างนั้น
ลู่เฉินจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกล่าวปลอบ “ถ้าอย่างนั้นเจ้าพักผ่อนก่อน แล้วข้าจะหาทางฟื้นฟูพลังให้เอง”
“จริงหรือ?” หนานเหยารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
”ข้ารักษาวาจาเสมอ!” พูดจบ ลู่เฉินก็เก็บสร้อยคอลงไปแล้วพึมพำกับตัวเองว่า “ถ้าเขตที่แปดมีภูตผีจริง ๆ ก็หมายความว่าที่นั่นน่าจะมีแหล่งพลังที่พวกภูตผีชอบ”
แต่ลู่เฉินก็แค่คาดเดา หากอยากแน่ใจก็จำต้องไปเยือนก่อน!
หลังจากเวลาผ่านไป ในที่สุดลู่เฉินและหลี่ว์ซือก็มาถึงเขตที่แปด
แต่ในขณะที่ก้าวเข้าไป ชายหนุ่มก็พลันสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่ผิดปกติ
ทว่าหลี่ว์ซือไม่ได้รู้สึกอันใดแม้แต่น้อย
ลู่เฉินตั้งสมาธิ เขาแผ่สัมผัสออกไปรอบข้าง และใช้เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณควบคู่ไปด้วย
เมื่อพบเข้ากับควันสีจาง ๆ แปลก ๆ รอบกาย ลู่เฉินก็สังเกตสิ่งเหล่านี้ เขาพึมพำเสียงเบาว่า “ดูเหมือนว่าเขตที่แปดจะน่าสนใจจริง ๆ ด้วย”
”มีสิ่งใดผิดปกติงั้นหรือ?”
“ในปราณฟ้าดินโดยรอบมีไอภูตผีปะปนอยู่!”
“ไอภูตผี? หมอกที่อยู่รอบ ๆ ต้นไม้ประหลาดนั่นน่ะหรือ?” หลี่ว์ซือตระหนก