่ยทันทีว่า “เจ้าคิดว่าตนเองเก่งกาจยิ่งนัก จึงสามารถสั่งให้ข้ามอบป้ายสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์ให้ง่าย ๆ งั้นหรือ?”
ลู่เฉินไม่ตอบคำถามนี้ เขาเพียงหยิบป้ายสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์ทั้งสามอันออกมา “ข้ามีป้ายพวกนี้สามอันแล้ว! เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไม?”
“เจ้า… เจ้าคือคนบ้านั่น!!!” น้ำเสียงของผู้นำแห่งสำนักพันสูญสั่นขึ้นมาทันที เห็นได้ชัดว่าเคยได้ยินเรื่องราวของลู่เฉินมาบ้าง
“รู้แล้วก็ดี!” ลู่เฉินยิ้มพลางมองไปยังเกี้ยว
ส่วนผู้นำแห่งสำนักพันสูญก็ได้กล่าวอย่างกังวลใจว่า “ตำหนักวิญญาณสวรรค์มีคำสั่งลงมาว่าเมื่อพบเจอเจ้า ต้องฆ่าทิ้งด้วยกำลังทั้งหมดที่มี!”
“ฆ่าทิ้ง? เจ้ามีความสามารถงั้นหรือ?”
ผู้นำแห่งสำนักพันสูญเกิดโทสะขึ้นมา เจ้าตัวออกคำสั่งแก่คนรอบข้างทันที “มัวอึ้งอันใดอยู่? มาจัดการพวกมันให้ข้าที!”
ถ้าหากเป็นช่วงเวลาปกติ คนพวกนี้ต้องลงมือแน่นอน แต่กับลู่เฉินที่ไม่กลัวแม้แต่ตำหนักวิญญาณสวรรค์ แล้วกับคนอย่างพวกเขา อีกฝ่ายจะกลัวหรือ?
ผลคือคนพวกนั้นไม่กล้าเข้าใกล้ ทำได้เพียงแค่มองหน้ากันไปมา
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้ผู้นำแห่งสำนักพันสูญร้อนใจ “อึ้งอะไรกัน? ลงมือสิ!”
“ท่านผู้นำ เขา… เขาเก่งกาจเกินไป!”
“ท่านผู้นำ หรือว่าท่านจะมอบป้ายสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์ให้เขา ไม่แน่ เขาอาจจะปล่อยเราเป็นอิสระได้!”
ขณะนั้นเอง ผู้นำแห่งสำนักพันสูญที่ได้ยินก็โมโหขึ้นมา “พวกเจ้าอยากออกจากสำนักพันสูญใช่หรือไม่?”
คนพวกนี้ล้วนถูกบีบบั