คนผู้นี้ต่อให้ตายก็ไม่ยอมปริปาก
ลู่เฉินแสยะยิ้ม “เช่นนั้น ข้าจะทำให้เจ้าพูดเอง!!”
“อันใดนะ หมายความเช่นไร?”
ลู่เฉินหยิบเข็มออกมาเล่มหนึ่ง จากนั้นก็ปักไปบนหน้าผากของชายผู้นั้น อีกฝ่ายพยายามดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ปากจะพูดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ “พบสุสานแห่งหนึ่งในป่ารกร้าง พวกผู้มีอำนาจเลยให้ผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้เข้าไปเพื่อสำรวจ แต่เมื่อเข้าไปแล้วก็ไม่มีใครออกมาอีกเลย!”
“สุสาน? สำรวจ?” ลู่เฉินประหลาดใจ
“ใช่” ชายดาบคู่พยักหน้าด้วยนัยน์ตาแดงก่ำราวกับกำลังจะร้องไห้ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากพูดแต่ร่างกายกลับไม่สามารถควบคุมได้!
ลู่เฉินถือโอกาสถามเพิ่ม “ในป่านั่นมีสิ่งผิดปกติอันใดอีกหรือไม่?”
“มี มีไอมารมากมายแทรกออกมจากสุสานนั่น!” ชายดาบคู่ตอบ น้ำตาไหลอาบแก้มลงมา ขณะที่ปากก็กล่าวต่อ “เจ้า… เจ้าเลิกถามได้แล้ว ข้า ข้าต้องตายแน่!”
ขณะนั้นเอง จู่ ๆ ท้องฟ้าก็มืดลงในพลัน
ชายดาบคู่ที่เห็นเช่นนั้นก็เอ่ยออกมาว่า “แย่แล้ว ข้าจบเห่แน่ ๆ! ตำหนักวิญญาณสวรรค์มาแล้ว!”
ผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้ที่อยู่รอบ ๆ มองเห็นตำหนักสีแดงหลังหนึ่งปรากฏบนผืนฟ้ามืดครึ้มอย่างรวดเร็ว พวกเขาพากันวิ่งไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อเห็นลู่เฉินและหลี่ว์ซือ รวมถึงชายดาบคู่ที่ถูกจับตัวไว้ พวกเขาก็หันมองหน้ากันทันที
“หรือว่าชายผู้นั้นจะคิดทรยศ?”
“แน่นอน มิเช่นนั้นตำหนักวิญญาณสวรรค์คงไม่ปรากฏออกมาแน่!”
“เฮอะ! คนทรยศ! ชีวิตก็ต้องจบไม่ด