่งลู่เฉินรู้สึกว่ามันน่าเบื่อเกินไป เขาจึงกล่าวว่า “พอได้หรือยัง?”
“เฮอะ! วันนี้ข้าต้องจัดการเจ้าให้ได้!” ทูตมารผู้นี้เอ่ยอย่างมั่นใจ แต่ใครจะคิดว่าลู่เฉินกลับหยิบเงามารออกมา “ข้าคิดว่าขอนั่งพักจะดีกว่า!”
อึดใจถัดมา ลู่เฉินก็ดึงคันธนู พร้อมเรียกให้ศรมารสวรรค์ปราฏออกมา
เมื่อเห็นเช่นนั้น ทูตมารผู้นั้นจึงเบิกตากว้าง “ศรมารสวรรค์!”
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
ปราณศรนับสิบซ้อนทับกันและพุ่งออกไป บีบให้ทูตมารคิดป้องกัน แต่พลังที่มีชั้นรากฐานถึงหกสิบหกชั้นของลู่เฉินนั้นรุนแรงยิ่งนัก!
ดังนั้นเมื่อศรนี้ทะลุผ่านเงานั้นไป ทูตมารจึงเจ็บปวดจนก่นด่าออกมา “เจ้า… จงรอข้าก่อนเถอะ!”
จากนั้นเงานี้ก็ดูค่อย ๆ จางลงและหายไปในที่สุด
ลู่เฉินที่เห็นดังนั้นจึงเก็บคันธนู ก่อนจะมองไปยังหลวงจีนที่กำลังตกตะลึงอยู่ “ตอนนี้เจ้าเป็นอิสระแล้ว”
หลวงจีนที่พึ่งได้สติกลับมาจึงกล่าวอย่างสุภาพว่า “ข้าหลวงจีนเต๋าผู้น่าสงสาร นามว่า ฟาเทียน!”
“ฟาเทียนงั้นหรือ?”
“ใช่!”
“ได้ เช่นนั้นข้าจะถามเจ้าหนึ่งเรื่อง และเจ้าต้องบอกความจริงกับข้า!” ลู่เฉินจ้องมองไปยังหลวงจีนผู้นั้นพลางเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง
“ข้าจะบอก!” สีหน้าของฟาเทียนเต็มไปด้วยความสงสัย
“ข้อแรก เม็ดยาไร้เทียมทานมีที่มาเช่นไร?”
ฟาเทียนอธิบายว่า “เม็ดยาไร้เทียมทานนี้ เป็นสิ่งที่บรรพชนของข้าหลงเหลือไว้”
“บรรพชน? หรือว่าเป็นปรมาจารย์แห่งการปรุงยา?”
“ใช่ บรรพชนปรมาจารย์ปรุงยาหลงเหลือบางส