ูสิ หลังจากที่เจ้าฝึกฝนวิถีมาร ไข่มุกเหล่านี้ก็กลายเป็นสีม่วงอ่อนแล้ว”
หลวงจีนชำเลืองมองแวบหนึ่ง และแน่นอนว่าไข่มุกสีทองเหล่านี้มีสีม่วงอ่อน ๆ แฝงอยู่ แต่เขาก็ยังยืนกรานว่า “แล้วอย่างไร?!”
“หรือเจ้าไม่อยากหลุดพ้น?”
”แม้ว่าข้าจะได้อิสรภาพกลับคืนมา แต่ข้าก็ยังเป็นมารอยู่ ดังนั้นการเป็นอิสระหรือไม่ย่อมไม่ต่าง!” หลวงจีนผู้นั้นเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้
แต่ลู่เฉินกลับพูดว่า “ถ้าข้าบอกว่าข้ากำจัดไอมารในร่างให้เจ้าได้ล่ะ?”
“กำจัดไอมาร? หมายความว่าอย่างไร?”
”เจ้าถูกควบคุมโดยศิลาวิญญาณโลหิตทำให้กลายเป็นมาร แต่ข้าก็มีวิธีที่จะกำจัดไอมาร และทำให้เจ้ากลับสู่สถานะขอผู้ฝึกตนวิถีพุทธได้”
“เป็นไปไม่ได้!” หลวงจีนรู้ว่าสิ่งนี้ไม่อาจย้อนกลับไปได้
“ไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไร?”
คำพูดของลู่เฉินทำให้หลวงจีนกระตือรือร้นขึ้นมา ส่วนลู่เฉินก็ได้หลอกล่อเพิ่มว่า “ความตั้งใจเดิมของเจ้าในการเข้าร่วมวิถีพุทธคืออันใด? เจ้าเต็มใจที่จะกลายเป็นมารหรือ? เจ้าเป็นหลวงจีนคนหนึ่งมิใช่หรือ? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าท่านอาจารย์และญาติของเจ้ารู้เข้า?”
คำพูดเหล่านี้ราวกับกระทบจิตใจของหลวงจีนอย่างหนัก ทำให้เขาเหม่อลอยไปเล็กน้อย “ข้า… ข้าจะไม่ไปเจอพวกเขาอีกแล้ว!”
”ฟังข้านะ เจ้าสามารถกำจัดไอมารได้ และเจ้าก็สามารถกลับไปพบพวกเขาได้!”
คำพูดของลู่เฉินทำให้หลวงจีนเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “เหตุใดข้าต้องเชื่อเจ้า!”
“นำป้ายสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์ออกมา แล้วข