้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว จึงให้หลี่ว์ซือปล่อยตัวอีกฝ่าย
ทันทีที่ถูกปล่อยตัว ขาของจินอวิ๋นซานคล้ายอ่อนแรง เขากลัวมากจนเกือบจะทรุดตัวลงกับพื้น แต่ลู่เฉินกลับแทรกปราณเข้าไปในร่าง และหลังจากที่รับรู้ถึงมันได้แล้ว จินอวิ๋นซานก็พลันเงยหน้าจ้องมองลู่เฉิน ปากก็อ้อนวอนอย่างขลาดกลัว “ข้า… ข้ายอมแพ้แล้ว เจ้าอย่าสังหารข้าเลย!”
”จงนำทางไป!”
“ไปที่ใด?” จินอวิ๋นซานไม่เข้าใจ
”หอสวรรค์คู่ ไปพบผู้นำกลุ่มกองกำลังของเจ้า!”
“อันใดนะ?!” จินอวิ๋นซานตกตะลึง
ลู่เฉินไม่ตอบ เขาเพียงจ้องไม่วางตา ทำให้จินอวิ๋นซานไม่กล้าถามอะไรอีก ได้แต่รีบหยิบหมวกเกราะขึ้นมาสวมแล้วพูดว่า “ข้า… ข้าจะนำทางไป!”
จากนั้นจินอวิ๋นซานก็เดินนำไป
ส่วนหลี่ว์ซือ ขณะนี้เขารู้สึกงุนงงเล็กน้อย ลู่เฉินจึงเอ่ยว่า “ข้าจะไปพบกับผู้นำของหอสวรรค์คู่สักประเดี๋ยว”
”เพราะเหตุใด?”
“เพราะข้าอยากรู้ว่าผู้นำนั่นเอาเม็ดยาไร้เทียมทานมาจากที่ใด!”
หลังจากที่หลี่ว์ซือเข้าใจแล้ว เขาก็ไม่ได้ถามอะไรอีก เพราะรู้ว่าลู่เฉินมีความสามารถมากพอที่จะจัดการผู้นำของกลุ่มกองกำลังเหล่านั้น ดังนั้นเขาจึงเพียงเดินตามไปอย่างเงียบ ๆ
…
ราว ๆ สองถึงสามชั่วยามต่อมา ทั้งสามก็มาถึงเชิงเขาของหอสวรรค์คู่
ด้านในมียอดเขาสูงอยู่สองยอด และยังมีสะพานเชื่อมระหว่างยอดเขา
จินอวิ๋นซานชี้ไปยังยอดเขาที่เตี้ยกว่าแล้วพูดว่า “ขึ้นไปที่นั่น แล้วเดินไปฝั่งตรงข้าม นั่นคือที่พักของท่านผู้นำ”
”ไปกันเถอะ