” ลู่เฉินบอกให้เขานำทาง
แต่ระหว่างที่จินอวิ๋นซานเดินไป เจ้าตัวก็พลันเอ่ยอย่างตะกุกตะกักขึ้นมา “ทะ ท่านผู้นำของเรา… เขาดุร้ายมาก!”
แต่ลู่เฉินกลับไม่มีท่าทีสนใจคำพูดนั้นเลยสักนิด
จินอวิ๋นซานจึงทำได้เพียงนำทางไปอย่างจนปัญญา
ระหว่างทาง เมื่อผู้คนของหอสวรรค์คู่เห็นจินอวิ๋นซานพาลู่เฉินมาด้วย หลายคนก็คิดว่าจินอวิ๋นซานสามารถ ‘จับกุม’ ลู่เฉินได้แล้ว พวกเขาจึงพากันกล่าวแสดงความยินดี
“พี่จิน ท่านช่างร้ายกาจยิ่งนัก!”
”พี่จิน ขอแสดงความยินดีด้วยขอรับ!”
“พี่จิน ท่านผู้นำจะต้องตอบแทนท่านอย่างหนักแน่นอน!”
คำชมเหล่านี้ทำให้จินอวิ๋นซานรู้สึกกระดากอาย แต่เขาก็คิดว่าเช่นนี้ก็ไม่เลวนัก อย่างน้อยลู่เฉินก็ต้องการพบท่านผู้นำเอง และเมื่อท่านผู้นำเห็นว่าเขาพาลู่เฉินมาได้ บางทีท่านผู้นำอาจจะให้รางวัลเขาจริง ๆ ก็ได้!
ด้วยเหตุนี้จินอวิ๋นซานซึ่งก่อนหน้านี้มัวแต่กังวลจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที
ส่วนลู่เฉิน เขาไม่สนใจว่าคนเหล่านี้จะพูดอะไร แต่สำหรับผู้สร้างรากฐานบางคน หากหนึ่งในคนพวกนี้เป็น ‘เป้าหมาย’ ที่ชายหนุ่มต้องการ ลู่เฉินก็จะสร้างโอกาสให้อีกฝ่ายได้กล่าวยอมแพ้ต่อเขา!!
ในตอนแรก คนเหล่านี้คิดว่าลู่เฉินบ้าไปแล้ว ถึงขั้นกล้าหาเรื่องหอสวรรค์คู่
ทว่าผู้ใดจะรู้ว่าจินอวิ๋นซานกลับพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “แค่ยอมรับความพ่ายแพ้ เรื่องก็จบแล้วไม่ใช่หรือ?”
”ศิษย์พี่จิน นี่คือที่ของเรา เหตุใดต้องยอมรับความพ่ายแพ้ให้เขา