ุดอยู่ที่หน้าตำหนักขนาดใหญ่หลังหนึ่ง
ตำหนักหลังนี้มีลักษณะเหมือนวัดวาอาราม
ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังได้ยินเสียงเคาะไม้ดังมาจากข้างในอีกด้วย
ป๊อก ๆ ๆ!
เมื่อได้ยินเสียงนี้ จินอวิ๋นซานก็ถอดหมวกเกราะออก เผยให้เห็นศีรษะโล้น ๆ ของเขา และพูดด้วยความเคารพไปทางประตูของตำหนักใหญ่ว่า “ท่านอาจารย์ ข้านำคนมาแล้วขอรับ!”
ครู่ต่อมา หลวงจีนคนหนึ่งก็เดินออกมา
หลวงจีนรูปนี้ดูมีอายุไล่เลี่ยกับลู่เฉิน แต่ขั้นพลังของเขากลับอยู่ในขั้นก่อกำเนิดแล้ว ทว่าเพราะถูกจำกัดด้วยแดนวิญญาณ พลังที่แผ่ออกมาจึงอยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ระดับสมบูรณ์พร้อมเท่านั้น
ไม่เพียงเท่านั้น ที่คอของหลวงจีนยังมีสายประคำสีทองเส้นเล็ก ๆ สวมอยู่ และมีจุดสีแดงเล็ก ๆ แต้มอยู่บนหน้าผาก
”ประสกท่านนี้ ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงจับท่านมา?” หลวงจีนตัวน้อยจ้องมองลู่เฉินขณะเอ่ยถาม
”ตำหนักวิญญาณสวรรค์ขอให้เจ้าทำสิ่งนี้ใช่หรือไม่” ลู่เฉินมองไปที่หลวงจีน และหลังจากพิจารณาอีกฝ่ายแล้ว เขาก็พบว่าคนผู้นี้มีรากวิญญาณสวรรค์ระดับห้าดาว!
นี่เป็นรากวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ลู่เฉินได้พบหลังจากกลับมายังมหาทวีปจิ่วโหยว
คำพูดของลู่เฉินทำให้หลวงจีนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงมีท่าทีสงบและเอ่ยว่า “ถูกต้อง!”
”ถ้าอย่างนั้นข้าจะไม่พูดเรื่องไร้สาระกับเจ้า!” น้ำเสียงของลู่เฉินดูไม่เหมือนนักโทษเลยสักนิด ดังนั้นผู้คนที่อยู่รอบ ๆ จึงเริ่มถกเถียงกัน
“เจ้าหน