นานหลายปี ข้าอยากจะออกไปจากที่แห่งนี้” ชายชราพูดอย่างลำบากใจ แต่ลู่เฉินกลับกล่าวว่า “เจ้าไปกับข้าเถอะ มิเช่นนั้น เจ้าอาจจะถูกคนพวกนั้นจับไปอีกก็เป็นได้”
“ไปกับเจ้า?”
“อันใด? เจ้าข้องใจหรือ?”
“หากไปกับเจ้า มันก็ไม่เกิดประโยชน์ใดแก่ข้าสิ!” เมื่อชายชราพูดประโยคนี้ออกมา เจ้าตัวก็พลันรู้สึกผิดเล็กน้อย
“ประโยชน์?”
“ใช่!” ชายชราถอยหลังไปสองสามก้าว กลัวว่าลู่เฉินจะลงมือกับตน แต่ลู่เฉินกลับจ้องเขาพลางเอ่ยว่า “ดูเหมือนว่าข้าอาจจะจำเป็นต้องเพิ่มอักขระยันต์หุ่นเชิดให้เจ้าอีกสักหน่อย”
“นี่ มีอะไรก็ค่อย ๆ พูดกัน!” ชายชราเริ่มหาที่หลบ เขามองไปรอบ ๆ คิดอยากจะออกไปจากที่นี่ แต่เพราะมีค่ายกลปกคลุม เจ้าตัวจึงไม่สามารถออกไปได้ ทำได้เพียงคุยกับลู่เฉินอยู่ที่นี่
ลู่เฉินหรี่ตาลงและจ้องมองอีกฝ่าย
กิริยาเช่นนี้ทำให้ชายชราตื่นตระหนกขึ้นมา ส่วนลู่เฉินก็รู้ดีว่าถ้าไม่มีค่ายกล อีกฝ่ายคงเผ่นหนีไปไกลแล้ว เห็นทีคงต้องเพิ่มผนึกอีกสักหน่อยเสียแล้ว!!
แต่ชายชราผู้นี้ไม่ต้องการ “ขอเพียงแค่เจ้าไม่ใช้ผนึกกับข้า ไม่ว่าจะอย่างไรข้าก็จะฟังเจ้า!”
“แน่ใจหรือ?”
“ใช่!” ชายชรายืนยัน แต่ลู่เฉินไม่เชื่อ “เช่นนั้นเจ้าตามข้ามา”
“คิดทำอันใด?”
“ข้าอยากยืนยันว่าเจ้าไม่ได้โกหก” ลู่เฉินหันไปพูดกับชายชรา แต่อีกฝ่ายกลับสงสัยและเอ่ยถามออกมา “หากข้าโกหก เจ้าก็จะรู้?”
“ลองดู เดี๋ยวก็รู้”
ชายชราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยถาม “ลองเช่นไร?”
“หั