นหลังให้ข้า”
ชายชราจึงหมุนตัวหันหลัง ในใจก็คิดว่าลู่เฉินจะตรวจสอบว่าตนพูดโกหกเช่นไร
ส่วนลู่เฉิน เมื่อวางมือข้างหนึ่งไว้บนหลังของอีกฝ่าย เขาก็ได้ปล่อยพลังบางอย่างเข้าไป
พลังนั้นห่อหุ้มจิตวิญญาณต้นไม้อีกฝ่ายไว้ จนทำให้ชายชราแปลกใจ “นี่คืออันใด?”
“ผ่อนคลายเข้าไว้”
“นี่… แท้จริงแล้วมันคืออะไร?” ชายชราวิตกกังวลเล็กน้อย เกร็งตัวขัดขวางพลังนั้น ทำให้สิ่งนั้นไม่สามารถเข้าใกล้จิตวิญญาณต้นไม้ได้
“เจ้าต้องอย่าขัดขวาง ทำตัวผ่อนคลายเข้าไว้”
“ให้ข้าปล่อยมันผ่านเข้ามา?”
“ใช่!”
ชายชราคาดเดาว่าสิ่งนี้ไม่น่าจะมีภัยใดร้ายแรง เพราะอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานเท่านั้น เขาจึงค่อย ๆ คลายกังวลลง
และขณะนั้นเอง อักขระยันต์หุ่นเชิดของลู่เฉินก็ได้ฝังเข้าไปในจิตวิญญาณนั้นอย่างรวดเร็ว!
ฉับพลันนั้น ชายชราก็สัมผัสได้ถึงสิ่งแปลก ๆ เขากล่าวอย่างตื่นตระหนกทันที “นี่เจ้า!”
“ใช่ มันคืออักขระยันต์หุ่นเชิด” ลู่เฉินว่าพลางเก็บมือกลับไป ส่วนชายชราก็ได้แต่ตาเบิกกว้าง “เจ้า… เจ้าโกหกข้า?”
“ใช่แล้ว เพราะมันคือสายสัมพันธ์ระหว่างเราที่ทำให้ข้าเชื่อใจเจ้าได้”
ชายชราที่ได้ยินก็พลันระเบิดโทสะออกมา หน้าของเขาถึงกับแดงก่ำ “เจ้ามันไอ้บัดซบจอมกะล่อนปลิ้นปล้อน!”
“เมื่อครู่เจ้ารับปากเองว่าจะติดตามข้า ตอนนี้กลับเปลี่ยนใจแล้วหรือ?”
“ข้ารับปาก แต่ไม่ได้พูดว่าจะเป็นหุ่นเชิดของเจ้า!” ชายชราไม่พอใจเป็นอย่างมาก
ลู่เฉินที่ไม่อยาก