ที่แห่งนี้ไปด้วยความสบายใจเช่นกัน
เหลือเพียงเฮยเฟิงที่ยังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว “ช่างน่ากลัวเสียจริง…” เขาไม่เคยคิดฝันว่าตนจะได้พบเจอคนเช่นนี้ คนที่สามารถทำลายโถงพิสุทธิ์ได้ภายในชั่วพริบตา และแม้แต่ผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์ยังยืนเคียงข้างชายหนุ่มผู้นี้!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฮยเฟิงก็ได้แต่สาบานในใจว่าจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับลู่เฉินอีกเด็ดขาด
ครั้นเดินออกมาไกลแล้ว หลี่ว์ซือก็พลันถามลู่เฉินถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในถ้ำ
ลู่เฉินจึงค่อย ๆ อธิบายให้เขาฟัง
…
ภายในป่าของเขตที่หนึ่ง จู่ ๆ ตู๋ซานชิงก็ปรากฏตัวออกมา ใบหน้าของเขาในขณะนี้เป็นสีขาวซีด และทั่วทั้งร่างกายก็เต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้
เมื่อเขายื่นมือขวาออกมา บนฝ่ามือนั้นก็ได้มีวิญญาณก่อกำเนิดที่ถูกครอบไว้ด้วยม่านปราณสีแดงเพลิงคลุมอยู่
เมื่อมองกลุ่มก้อนวิญญาณก่อกำเนิดนี้อย่างละเอียดจะพบว่าที่แท้อีกฝ่ายก็คือจางเชียนนั่นเอง!
วิญญาณก่อกำเนิดของจางเชียนโวยวายออกมาลั่น “เจ้า… เจ้าทำอันใดกับร่างกายของข้ากันแน่!”
“ข้าใส่แมลงตัวหนึ่งไว้ในร่างเจ้า หลังจากนั้นก็ใช้พลังปราณในกายเจ้าให้สร้างโอกาสหลบหนีขึ้นมา!!” ตู๋ซานชิงอธิบายออกมาอย่างไม่รู้สึกผิด
ส่วนจางเชียนที่ได้ฟัง มีหรือที่เขาจะไม่โมโห? “เจ้า… เจ้าใช้ร่างกายของข้าเป็นเครื่องมือในการหลบหนี?”
“ถ้าไม่ทำเช่นนี้ พวกเราจะหนีออกมาได้หรือ? หากไม่ทำเช่นนี้ เจ้าคิดว่าวิญญาณก่อกำเนิดของเจ้าจะยังรักษาไว้ได้หรือ?” ตู๋ซาน