”
เมื่อทุกคนเห็นสิ่งนี้ก็ตาเบิกตากว้าง “ศรมารสวรรค์!”
”เป็นไปได้อย่างไร! เคล็ดวิชานี้… ว่ากันว่าหายสาบสูญไปกว่าแสนปีแล้ว!”
“นี่… นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างพากันสงสัย
ก่อนจะมีใครบางคนพูดขึ้นว่า “ลูกศรมารสวรรค์นี้ มีเพียงผู้ฝึกวิถีมารที่สามารถใช้ได้ แต่เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นผู้ฝึกตนในวิถีทางแห่งเต๋าและใช้พลังปราณ เช่นนั้นเขาจะมีไอมารได้อย่างไร?”
ยามนั้นทุกคนก็สงสัยว่านี่ไม่ใช่ศรมารสวรรค์
โดยเฉพาะตู๋ซานชิงที่ตะคอกว่า “ไอ้หนู เจ้าเลิกขู่ข้าได้แล้ว!”
แต่ผู้ใดจะรู้ว่าหลังจากที่ลูกศรสิบดอกพุ่งออกไป มันก็พลันทะยานเข้าประชิดตู๋ซานชิงไว้อย่างรวดเร็ว ทำให้เขาไม่มีที่ให้หลบ ไม่ว่าจะบนล่างหรือซ้ายขวา บีบให้ตู๋ซานชิงที่อยู่ตรงนั้นหวาดกลัวจนปลดปล่อยม่านปราณออกมาปกคลุมทั่วกาย
จางเชียนเองถึงกับเปิดม่านปราณสีเพลิงและเอ่ยตะกุกตะกักว่า “เจ้าหนูคนนี้มันเป็นสัตว์ประหลาด!”
ในยามนี้เอง ลูกศรทั้งสิบดอกก็ได้โจมตีไปที่ม่านป้องกันของตู๋ซานชิง
แรงปะทะทำให้ม่านป้องกันสั่นสะเทือน ทว่าก็เป็นคมศรที่หายไป ตู๋ซานชิงที่เห็นดังนั้นจึงพลันหัวเราะเสียงดังว่า “ข้าคิดไว้แล้วว่านี่ไม่ใช่ศรมารสวรรค์ของจริง!”
ทุกคนพลันถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่ลู่เฉินกลับเอ่ยพึมพำว่า “ไม่ได้ใช้นาน จึงไม่ค่อยคุ้นกับเคล็ดธนูเท่าใด!”
หลังจากพึมพำอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เฉินก็พลันง้างคันธนูออกเล็งไปยังเป้าหมาย ก่อนที่ปราณธนูสิบกว่าสายจะทะยา