เขา เขาเป็นซากศพ!”
“อันใดนะ?” ทุกคนตกตะลึง แต่เฮยเฟิงยังคงไม่เชื่อ “ซากศพควรจะตัวแข็งทื่อ และยังต้องมีหนังเหี่ยวแห้ง แต่เห็นได้ชัดเลยว่าเขาเป็นมนุษย์!”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อ ตู๋ซานชิงจึงพูดเสริมว่า “เช่นนั้นเจ้าก็ดูให้ดีล่ะ!”
หลังจากที่ตู๋ซานชิงเริ่มควบคุมแมลง เจี่ยลัวก็พลันรู้สึกทรมานในร่างยิ่งนัก ก่อนจะหลุดร้องคำรามอย่างเหลือทนจนเชือกกระเด็นปลิวหายไป จากนั้นเจี่ยลัวก็ลุกขึ้นยืน
ไม่เพียงแค่นั้น ร่างกายก็ยังเริ่มเหี่ยวเฉา รวมทั้งมีขนสีเขียวงอกออกมาทั่วร่าง
ทุกคนที่เห็นต่างตะลึง
“นี่… นี่มันซากศพจริง ๆ ด้วย!”
เฮยเฟิงพูดด้วยความโกรธ “ไม่ว่าเขาจะเป็นตัวอะไร ถ้าหากมายั่วโทสะ มันผู้นั้นก็ต้องยอมสยบอยู่ใต้ฝ่าเท้าข้า!”
จากนั้นเฮยเฟิงก็ให้มือธนูออกมา สั่งให้อีกฝ่ายชโลมพิษทั่วลูกศร ก่อนปิดท้ายด้วยการบอกให้ยิงศรนี้ไปทางเจี่ยลัว!
พลังที่รุนแรงในร่างกายของเจี่ยลัวในยามนี้ทำให้เขารู้สึกทุกข์ทรมานยิ่งนัก และเมื่อผนวกกับสิ่งรบกวนภายนอกนี้อีก มันก็ทำให้เจี่ยลัวยากที่จะสะกดข่มพลังภายในที่ปั่นป่วนอีกต่อไป!
ด้วยเหตุนี้ ศรนั้นจึงไม่แม้แต่จะเจาะเข้าไปในร่างกายของเจี่ยลัวได้เลย!
ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันก็ทำให้ทุกคนตกตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง!!
ตู๋ซานชิงแค่นเสียงหึ ปากก็กล่าวยั่วโทสะ “โดนแมลงมีพิษของข้าเข้าไปแล้ว เจ้ายังกล้าเหิมเกริมอีกหรือ?”
ตู๋ซานชิงหยิบกระดิ่งออกมาแกว่งไปมา ทำให้แมลงมีพิษในตัวของเจ